จะทยอยลงนะจ้ะ^^ เนื้อเรื่องก็จะกุ๊กกิ๊กน่ารักไปเรื่อยๆ
คู่นากายามะเช่นเคย แต่งไปแต่งมาชักจะติดใจนากายามะจริงๆนะ เป็นอยู่คนเดียวเปล่าไม่รู้ 55+ มันรู้สึกว่าอารมณ์มันให้ ฮ่าๆๆ ตอนแรกชอบนากาชี่นะ ไปๆมาๆติดใจนากายามะมากกว่าซะงั้น 55+
เป็นความจริงที่ว่าหาฟิคจั้มพ์อ่านยากมากเลย(เนอะๆ) แบบ..นับเรื่องได้เลย มีน้อยมากจริงๆ เพราะยังเด็กด้วยแหละ ฟิคแนวNCก็ไม่ค่อยมี เค้าเองก็ไม่ชอบแต่งแนวNCเท่าไหร่ เพราะจั้มพ์ยังเด็กอยู่เลย
เรื่องนี้มันจะแปลกๆสักหน่อย ไม่นานก็จบแล้วแหละ แต่อาจจะมีอะไรที่มันชวนประหลาดใจสักหน่อย มีNCนั่นเอง (แต่เป็นแนวน่ารักเพราะเค้าแต่งแนวหื่นไม่เป็น 55+) เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมากนัก ยังไงก็คอมเม้นส์ติชมได้ตามสบายนะจ้ะ^^
ขอให้สนุกกับการอ่านน้า
นอกเรื่องสักนิด..รู้ข่าวแล้วใช่ไหมอ่ะ เรื่องที่ยูนิตNYCเดบิวต์ถาวรแล้วอ่ะ จะบ้าตาย..แฟนๆญี่ปุ่นด่ากันให้มันส์ทีเดียวเชียว= =' ยามะจังเอ้ยย โทรมแย่แล้ว..ให้เวลาเค้าพักเถอะ
คำเตือน: เป็นนิยาย ชายรักชายนะจ้ะ ผู้ใดไม่ชอบก็ไม่ต้องอ่านน้า~
ยามะดะ เรียวสุเกะ , ยามะจัง
นากาจิม่า ยูโตะ , ยูโตะ
ช่วงเทศกาลปีใหม่มาถึง ชาวญี่ปุ่นต่างพากันปิดร้านรวง เตรียมแพ็คกระเป๋ากลับบ้านเกิดร่วมฉลองวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปีนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ สถานีรถไฟต่างแน่นขนัดไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่หลั่งไหลจำนวนนับหมื่นคน สร้างเงินไหลสะพัดต้อนรับศักราชใหม่นับหลายล้านเยน
ปีใหม่ทีไรจะไปไหนมาไหนก็ลำบาก คนเยอะแยะไปหมด
เด็กหนุ่มร่างสูงมองกลุ่มคนเดินขวักไขว่ชวนเวียนหัวตรงหน้าด้วยใบหน้าฉาบไปด้วยความสุขเต็มล้น
ถ้าเป็นปีก่อนๆเขาคงไม่มานั่งยิ้มอยู่คนเดียวท่ามกลางผู้คนนับหมื่นกลางสถานีรถไฟหรอก!
แต่เพราะฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปีนี้มันวิเศษกว่าทุกปีน่ะสิ><~
ผมไปกับแฟนผมล่ะ >///<
อ้ะ! นั่นไง แฟนผมมาแล้ว^^
“เฮ้~! ยูโตะ! นายสายนะ”ยามะดะ เรียวสุเกะผู้เป็นเจ้าของนัยน์ตาเสน่ห์ส่งสายตาไม่พอใจใส่ผมที่ยืนแบกกระเป๋าเป้เดินทางยิ้มเผล่เหมือนตัวเองไม่ผิด
“โทษที”หนุ่มร่างสูงเดาะลิ้นเสหน้ามองไปทางอื่นทำเป็นไม่สนใจอารมณ์คุกรุ่นของผู้รอเลย
“นายนี่มันจริงๆ สำนึกน่ะไม่เคยมีหรอก”
“โหยย สายนิดหน่อยเอง อย่าบ่นเลยน่า”ยูโตะโบกมือไปมาอย่างไม่ยี่หระอะไร
“นายก็แบบนี้ตลอดแหละ”คนตัวเล็กกว่าพูดอย่างเอือมระอา
ผมกับยามะจังเป็นแบบนี้เสมอแหละ ตั้งแต่สมัยเป็นเพื่อนกันแม้จะเลื่อนฐานะขึ้นมาพิเศษกว่านั้น แต่การปฏิบัติต่อกันยังเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ถึงแม้ว่ายามะจังจะเป็นผู้ชาย ผมก็ไม่เห็นจะถือเรื่องนั้นสำคัญเลยสักนิด ความรักมันจะเกิดขึ้นกับเพศไหนได้ทั้งนั้นแหละ ขอเพียงแค่มีความสุขที่ได้อยู่กับเค้าก็มากเพียงพอแล้ว
ปีใหม่ปรกติผมจะฉลองกับครอบครัว แต่ปีนี้พิเศษตรงที่ผมฉลองกับยามะจังแค่สองคน..
แค่สองคนเท่านั้น ฮ้า~ แค่คิดก็อารมณ์ดีแล้วล่ะ^^
เมืองซับโปโรในโอซาก้า คือเมืองที่เรากำลังจะไปที่นั่น พักที่เรียวกังที่ผมโทรจองไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว สถานที่ อาหารการกิน การบริการทุกอย่างดีเยี่ยม
“ฉันทำมาให้ อะ”ยามะจังหยิบกล่องเบนโตะที่ห่อผ้าแพรสไตล์ญี่ปุ่นน่ารักๆวางลงบนโต๊ะในรถไฟที่กำลังมุ่งหน้าไปซับโปโร
“ขอบคุณนะ^^”ผมค่อยๆแกะห่อผ้านั้นออกช้าๆ ในขณะที่ยามะจังย้ายฝั่งไปนั่งฝั่งตรงข้ามผมและเริ่มแกะห่อผ้าเหมือนกัน
“ว้าวว น่ากินจัง”ผมรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งกับอาหารที่เค้าทำให้ผม มันเป็นอาหารที่ตกแต่งดูน่ารัก รสชาติก็อร่อย ยิ่งผมกินอาหารฝีมือยามะจังเข้าทุกวันๆ ผมชักเริ่มติดเสน่ห์ปลายจวักเค้าจนไม่ใยดีอาหารฝีมือคุณแม่ไปเลยล่ะ
“ฮื้มม อร่อยอ้ะ”ผมยิ้มอย่างมีความสุข ข้าวอุ่นๆมันทำให้รู้สึกว่าอร่อย
“รีบๆกินเถอะ เดี๋ยวก็เย็นหมดหรอก”ยามะจังเร่งให้ผมกินไวๆ
หลังจากที่ทานเบนโตะจนอิ่มแปล้แล้ว ผมก็เริ่มถ่ายรูปวิวธรรมชาติด้านนอกรถไฟ ผมชอบที่จะถ่ายรูปสถานที่ในทุกๆที่ที่ผมไป ต่างกับยามะจังลิบโยชน์ เค้าไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย และเป็นคนที่ไม่ชอบถ่ายรูปเอามากๆด้วยน่ะสิ แต่ผมก็มีรูปเค้าติดอยู่เต็มบ้าน มีแต่รูปตอนเผลอๆทั้งนั้น อย่าให้เค้ารู้เชียวล่ะมีหวังโดนงอนแหงๆ
ผมนั่งถ่ายรูปวิวด้านนอกเพลิน หันมาอีกทีก็เห็นยามะจังนั่งสัปหงกหัวโอนเอนด้อกแด้กเหมือนตุ๊กตาหน้ารถ ผมค่อยๆจับหัวเขาลงพิงไหล่ผมเบาๆ
ศีรษะกลมซุกไหล่ของเด็กหนุ่มอย่างลืมตัว ใบหน้าหวานแย้มยิ้มมีความสุขที่หาที่พิงได้สบายๆ
ผมกับยามะจังคบกันมาเกือบปีแล้ว ยามะจังไม่ชอบทำอะไรที่คู่รักเค้าชอบทำกัน สารภาพรักกับผมสักครั้งไม่เคยมีเล็ดลอดให้ได้ยิน บางครั้งสิ่งที่เค้าทำก็ดูเหมือนที่คู่รักเค้าทำกัน แต่เค้าก็จะทำเหมือนเป็นเรื่องปรกติ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจหรอกที่ยามะจังเป็นแบบนี้ เค้าเป็นผู้ชายจะให้มาทำตัวหวานแหววแบบผู้หญิง ให้มาพูด ที่ร้งที่รัก ตัวเองเค้า ผมคงรู้สึกขนลุกพิลึก
“ไปไหนต่อหรอ”หลังจากลงจากรถไฟแล้ว ยามะจังก็หันมาถามผมที่กำลังล้วงกระเป๋าตังค์หานามบัตรของเรียวกังที่จะไปพัก
ผมจูงมือยามะจังมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าสถานีรถไฟ โทรเรียกบริการรถมารับของเรียวกัง
เมื่อถึงที่พัก ยามะจังนั่งไม่ติดเบาะ เค้าชี้นู่นชี้นี่ทำท่าตื่นเต้นเหมือนเด็กเล็กๆ
เรียวกังที่ผมเลือกพัก เป็นบ้านญี่ปุ่นโบราณ ล้อมรอบด้วยพืชพรรณธรรมชาติที่เรียงรายให้ความร่มรื่นแก่ที่พัก ลมหนาวพัดใบไม้พลิ้วไสวเป็นระลอกคลื่นแลเห็นแล้วสบายตา
เมื่อรถจอดที่ด้านหน้าที่พัก คนขับรถจัดการยกของทุกอย่างเข้าที่พักให้เรียบร้อยตามห้องที่จองเอาไว้ เดินเข้าไปด้านใน ผู้หญิงสวมชุดกิโมโนกล่าวต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ท่วงท่าที่นิ่มนวลดูเรียบร้อยมันทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย ยามะจังดูจะตื่นตาตื่นใจกับเรียวกังที่นี่มาก เค้ากระตุกแขนเสื้อผมชี้นู่นชี้นี่ให้ผมดูหลายครั้ง ผมถอดรองเท้าไว้ในที่ที่จัดเตรียมเอาไว้ เปลี่ยนเป็นรองเท้าที่วางเตรียมไว้ให้แทน เดินเข้าไปด้านในจะรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความเป็นธรรมชาติ อากาศสดชื่นบริสุทธิ์เหมาะแกการพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว ด้านล่างเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่เลี้ยงปลาคารฟ์ไว้เพื่อเป็นสิริมงคล
ผมเดินตามโอกามิซังซึ่งเป็นคนดูแลเรียวกังที่นี่เข้าไปด้านใน ห้องที่ผมจองเอาไว้เป็นห้องนอนคู่ขนาดย่อมๆ ด้านในห้องพื้นจะปูด้วยเสื่อทะตะมิ ประตูเลื่อนทำจากกระดาษ มีโต๊ะตัวเตี้ยๆวางตั้งอยู่กลางห้อง ล้อมรอบโต๊ะด้วยเบาะรองนั่ง ภายในห้องประดับด้วยภาพแขวนผนังที่วาดด้วยพู่กันเป็นลวดลายต่างๆ ใต้ภาพจะมีคำสอนใจอยู่ด้านล่าง ผมเห็นภาพทำนองนี้ทีไรล่ะนึกถึงบ้านคุณปู่ของผมทุกที
“เชิญชมก่อนได้เลยนะคะ”โอกามิซังหายออกไปจากห้องให้สำรวจห้องโดยรอบได้อย่างเต็มที่ กระเป๋าของผมและยามะจังวางอย่างเป็นระเบียบข้างๆห้องโอะชิอิเระที่ด้านในเก็บฟุตองเครื่องนอนต่างๆ
“น่าอยู่จังเลย”ยามะจังนั่งลงบนเบาะรองนั่งเท้าคางกวาดสายตามองรอบห้องพลางยิ้มกว้าง
“จะมาด้วยกันทั้งที ก็ต้องเลือกที่พักดีดีหน่อยสิ”ผมนั่งลงข้างๆยามะจังที่เอาแต่นั่งยิ้ม
กว่าผมจะเลือกห้องคู่ในเรียวกังแสนโรแมนติกนี่ได้เลือดตาแทบกระเด็น แล้วยิ่งเป็นช่วงเทศกาลอีกมันยากมากที่จะเลือกห้องดีดี บรรยากาศดีดีแบบนี้ได้
ไม่นานนักโอกามิซังก็มาชงชาให้พร้อมเสิร์ฟขนมหวาน ดูยามะจังจะตื่นตาตื่นใจกับขนมหวานของที่นี่มาก ผมนั่งดื่มชามองโอกามิซังแนะนำสถานที่ต่างๆให้ยามะจัง
“ออกไปด้านนอก เดินเลี้ยวซ้ายไปหน่อยจะเป็นออนเซ็นเดี่ยว ถ้าจะไปออนเซ็นรวมจะต้องเดินไปไกลหน่อยคะ”
“อ๋อ เอ..หน้าต่างนี้มันเปิดยังไงหรอฮะ”ยามะจังเดินไปจับหน้าต่างที่งับปิดไว้ โอกามิซังก็ใจดีสอนทุกอย่างที่ยามะจังอยากรู้ แล้วยิ่งแฟนผมเป็นคนช่างถามอยู่แล้วพอได้คนตอบใจดีก็ยิ่งถามสนุกปากเข้าไปใหญ่
หลังจากที่โอกามิซังตอบคำถามสารพัดของยามะจังจบ เธอก็หันมาถามว่าจะลงไปกินอาหารกี่โมงจะได้เตรียมอาหารพิเศษเตรียมไว้ให้
“2ทุ่มครับ”โอกามิซัง เอ่ยบอกว่าชุดยูกาตะอยู่ตรงไหน และแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆเรียวกังที่จะฉลองงานเคาท์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่ ปีนี้จะมีจุดพลุฉลองตั้งหมื่นกว่านัดหลังจากเที่ยงคืนของปีที่แล้วจะเริ่มจุดฉลองวันแรกของปี มีงานเทศกาลร้านรวงต่างๆก็มาออกร้านกันที่นี่เปิดจนถึงโต้รุ่ง แต่มีข้อแม้ว่าถ้าจะไปร่วมงานต้องแต่งชุดกิมะโนหรือยูกาตะไปเท่านั้น
แค่ฟังผมก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว ผมไม่ได้ใส่ยูกาตะเดินเที่ยวงานเทศกาลมานานแค่ไหนแล้วนะ...
“ไปแช่ออนเซ็นกันนะ^^”ยามะจังลากข้อมือผมอย่างเก็บความกระตือรือร้นเอาไว้ไม่มิด
“เดี๋ยวค่อยไปสิ”ผมตวัดข้อมือดึงร่างเล็กนั่งทับลงบนตัก ยามะจังอิดออดนิดหน่อยแต่ก็ยอมให้ผมกอดจากด้านหลังแต่โดยดี
“จะทำไรเล่า เสียเวลา”ก้มหน้างุดทันทีที่ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ปากอย่างใจอย่างจริงจริ๊งแฟนผม
“ขอโทษนะคะ”โอกามิซังมายืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอรีบวางชุดกิโมโนลงที่พื้นด้านหน้า ก่อนจะรีบเดินซอยเท้าถี่ๆออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
“ยูโตะอ้ะ!! เห็นมั้ย น่าอายที่สุดเลยอ้ะ”ยามะจังกระเด้งออกจากตัวผม มือนิ่มฟาดตีผมไม่ออมแรง ฟันขาวขบริมฝีปากล่างอย่างเขินอาย
ยามะจังเป็นคนขี้อายมาก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ชอบเวลาที่ได้เห็นเค้าอาย
“ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่ โอกามิซังก็แค่เอาชุดมาให้เฉยๆไง”ผมหยิบชุดที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นโชว์
เอ๊ะ! นี่มันชุดกิโมโนแบบผู้หญิงนี่
“ฮ่าๆ”ผมหัวเราะเสียงดัง สงสัยโอกามิซังคงเข้าใจผิดคิดว่ายามะจังเป็นผู้หญิงล่ะมั้งนี่ เพราะตอนที่ผมโทรมาจองห้อง ผมบอกว่าผู้ชายทั้งสองคน คงจะเตรียมแค่ชุดยูกาตะล่ะมั้ง
“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะ!!”ยามะจังยิ่งหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นผมหัวเราะชอบใจ
“อ่ะ ไปแช่ออนเซ็นกันเถอะ”ผมตัดบทลุกขึ้นยืน ยามะจังฟาดมือลงบนก้นผม ดวงตากลมค้อนทีเล่นทีจริง
ผมยื่นชุดกิโมโนให้ยามะจังที่มองชุดด้วยสายตางงงวย
“นี่มันชุดกิโมโนนี่”
“อื้อ ก็ใช่ไง” ผมเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าซ่อนชุดยูกาตะอีกตัวไว้ใต้ผ้าห่ม
“แล้วชุดยูกาตะล่ะ”
“ก็โอกามิซังเค้าเตรียมชุดนี้มาให้นายนี่”ผมแกล้งทำเป็นเรื่องปรกติ ดึงร่างเล็กออกจากห้องไปที่ออนเซ็นรวมซึ่งเดินไปคนละทางกับออนเซ็นเดี่ยว
“อะไร ฉันไม่ใส่นะ ไม่เอาๆ”ยามะจังดื้อดึง เป็นเวลาเดียวกันกับที่โอกามิซังเดินผ่านมาทางนี้พอดี
“คุณผู้หญิงมีอะไรหรอคะ”
“เอ้อ...”ยามะจังหน้าเอ๋อทันทีที่ได้ยินคำนั้น ผมยืนหัวเราะคิกอยู่ด้านหลังปล่อยให้เค้าแก้สถานการณ์ต่อไปเอง
“มะ..ไม่มีฮะ”รีบปฏิเสธทันที
“มีอะไรเรียกได้นะคะ”เธอเดินเข้าไปด้านใน
“ฮ่าๆ ฉันบอกแล้ว”ผมหัวเราะชอบใจ ยามะจังบู้ปากกอดชุดกิโมโนแนบอก
“ชึ ใส่ก็ได้”ตอบรับไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก
ผมจูงมือยามะจังมาที่ออนเซ็นรวมด้านใน และทันทีที่ถึงออนเซ็นรวม
“ห๊ะ แล้วออนเซ็นเดี่ยวล่ะ”
“แช่รวมนี่แหละ”
“ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากโป๊”ยามะจังถอยกรูดติดระเบียงทางเดินไม่ยอมท่าเดียว
“แบบเดี่ยวแบบรวมมันก็โป๊ทั้งนั้นแหละ”ผมเดินไปดึงยามะจังกลับมา
“ก็..คนมันเยอะอ่ะ”งุบงิบพูดเหมือนจะให้ตัวเองได้ยินคนเดียว
“อายอะไรเล่า ก็ผู้ชายด้วยกัน”
“...”ยามะจังส่ายหน้าดิกไม่ยอมท่าเดียว ดวงตากลมใสช้อนมองผมอย่างอ้อนวอน
“ก็ได้ๆ ออนเซ็นเดี่ยวก็ได้”
“เย้!”ยามะจังวิ่งรี่เข้ามาจับมือผม ผมจูงมือยามะจังเดินกลับไปทางเดิม
โห่ย..มาแช่ออนเซ็นทั้งที
แต่ไม่เป็นไรหรอก แช่เดี่ยวที่นี่บ่อสามารถลงได้2-3คน ผมดูรายละเอียดข้อมูลมาแล้ว ฮะฮ่า~^O^
เมื่อมาถึงด้านหน้าออนเซ็นเดี่ยว ด้านหน้าติดป้ายเอาไว้เป็นรูปการ์ตูนคนแช่ในบ่อน้ำควันฉุย เขียนรายละเอียดว่า ‘2-3คนต่อบ่อเดี่ยว’
ยามะจังหันมามองหน้าผม แต่ผมทำเป็นเปิดประตูเข้าไปด้านใน
“นี่ ยูโตะ”ยามะจังมีท่าทีอึกอัก
“หือ?”
“ฉันไปแช่อีกห้องนะ”พูดจบก็รีบหันหลังเดินหนีทันที แต่ผมคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ได้ทัน
“แช่ด้วยกันนี่แหละ”ผมดันหลังยามะจังเข้ามาในห้องออนเซ็นเดี่ยว
“ตะ..แต่”ทำท่าจะเดินกลับไปอีก
“นายก็แบบนี้ตลอดแหละ เลี่ยงตลอด”ผมทำเป็นน้อยใจเดินเข้ามาในห้องแช่ออนเซ็นคนเดียว ทำเป็นวางชุดลงบนราวไม่สนใจท่าทีร้อนรนของยามะจังเลยสักนิด
“นี่ อย่าโกรธสิ”ยามะจังกระตุกแขนเสื้อผมเบาๆ ผมยิ้มกรุ้มกริ่มมีชัยไปกว่าครึ่งที่แผนใกล้สำเร็จ
“ยามะจัง ถามหน่อย เรายังเป็นแฟนกันอยู่หรือเปล่า” ผมถามตรงประเด็น ยามะจังชะงักค้าง ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาจนผมรู้สึกว่าตัวเองพูดแรงเกินไป
“เป็นสิ! ฉันขอโทษนะ ยูโตะ”จากที่ตาแดงจมูกก็เริ่มแดงตามไปด้วย ยามะจังกอดผมเบาๆ
“ไม่เป็นไรน่า นี่ร้องไห้หรอเนี้ย” ผมพูดหยอกเล่นยามะจังที่ตาแดงก่ำใกล้ร้องไห้เต็มทน
“ก็ยูโตะพูดแบบนี้ฉันก็ใจไม่ดีน่ะสิ”ผละออกจากผมได้ก็รีบปาดน้ำตาทิ้งทันที ผมหยิกแก้มยุ้ยๆเบาๆ
“โอ๋~ ขี้แยจริงๆ”
“ฉันไม่ได้ขี้แยสักหน่อย!”ปัดมือผมออกจากแก้ม
“ป่ะๆ ไปขัดตัวก่อนเร้วว ปู้นๆ”ผมต่อแถวยามะจังเป็นรถไฟ
สรุปแล้ว..ในที่สุดผมก็ได้แช่ออนเซ็นกับยามะจัง ครึๆ -..- แผนสำเร็จไปอีกขั้น!
เนื่องจากว่าเป็นออนเซ็นเดี่ยว ที่อาบน้ำจึงมีแค่สองล็อค มีขันใบเล็กๆบรรจุยาสระผม สบู่อาบน้ำ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน หวี มีดโกนหนวดพร้อม
ผมถอดเสื้อและกางเกงออกพาดบนราวตากเสื้อผ้า เหลือแต่ชั้นใน ยามะจังยังไม่ถอดเสื้อนอกออกเลย
“อ๊ะ!”ยามะจังสะดุ้งทันทีที่หันมาเห็นผมยืนโชว์กางเกงในตัวเดียว ร่างเล็กหันขวับยืนหลบมุมตรงโขดหินเล็กๆ
“อายอะไรเล่า มีแค่ฉันกับนายเท่านั้นแหละน่า”ผมแกล้งส่งเสียงล้อเลียน ชะเง้อคอมองยามะจังที่กำลังชั่งใจว่าจะถอดเสื้อออกดีมั้ย
“งั้นฉันอาบน้ำก่อนนะ”ผมถอดกางเกงในซึ่งเป็นปราการสุดท้ายออก หยิบผ้าขนหนูวางลงบนตัก นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กๆ ระหว่างล็อคนึงก็จะมีไม้กั้นเตี้ยๆขวางเอาไว้
“ยูโตะ”ยามะจังโผล่หน้าออกมาจากโขดหิน แก้มกลมๆแดงก่ำ ผมเปิดฝักบัวอาบทำเป็นไม่สนใจท่าทีเขินอายสุดน่ารักนั่น
“หื้อ?”ผมทำเป็นก้มลงไปหยิบขวดแชมพู ไม้กั้นไว้ทำให้ยามะจังไม่เห็นว่าผมหัวเราะหน้าดำหน้าแดงขนาดไหน
“ฉัน..ฉันอายอ่ะ”เสียงเบาหวิว ใบหน้าหวานแดงไปทั่วทั้งใบหน้า ผมเงยหน้าขึ้นก็เจ๊อะกับยามะจังยืนอยู่ตรงหน้าพอดี ผ้าขนหนูผิวบางปกปิดตรงกลางเอาไว้
ให้ตายยเหอะ..ขาวโคตร!
ผมรู้สึกได้เลยว่า ยามะจังผิวสวยมาก ช่วงขา ช่วงลำตัวเหมือนไม่ใช่หุ่นของผู้ชายเลย ซ่อนรูปจริงๆ
“หยุดมองได้แล้ว!”ยามะจังรีบเดินไปนั่งล็อคข้างๆผม ผมมองตามร่างนั้นไป
“ยูโตะ มันเปิดน้ำไม่ได้อ่ะ”
“หือ?”สติผมพึ่งกลับมา ผมวางขวดแชมพูเดินอ้อมไปจะเปิดฝักบัวให้ ยามะจังแหกปากร้องทันที
“อ๊า~! ใครให้เดินมากันเล่า>O<”มือตะครุบปิดหน้าแทบไม่ทัน ผมนั่งยองๆหมุนฝักบัวเปิด แต่น้ำไม่ออก แสดงว่ามันชำรุด
“ไปใช้กับฉันสิ”
“ไม่เอา”
“อายอะไรเล่า ก็มีเหมือนกันน่ะแหละ”ผมดึงยามะจังที่เอาแต่ปิดหน้าปิดตาตัวเองให้ลุกขึ้น หยิบเก้าอี้ไปวางตรงล็อคผม
“ก็มันอายนี่!”
“อ้าวๆ หน้าแดงใหญ่เลย”
“อย่ามาล้อนะ!”ยามะจังรีบดึงผ้าขนหนูไปปิดน้องชายเอาไว้ ผมเห็นแล้วรู้สึกขำ ขี้อายจริงๆ
--------------------------------------------------
--------------------------------------------------
น่ารักอ่ะ อ่านแล้วรุ้สึกอดอมยิ้มไม่ได้
ตอบลบใส ๆ แบบนี้ แต่ไม่ค่อยได้เห็น ยามะจัง กับ ยูโตะ อ่ะ
ทำให้นึกถึงสมัยที่อยู่ด้วยกันบ่อย ๆ T^T คิดถึงภาพนั้นคะ
น่ารักดีคะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ
น่ารักก อ่านไปยิ้มไป
ตอบลบเขิลสุดๆๆ ชอบค่ะ ^^