วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

۞ [ Fic HSJ ] รักต่างสายพันธุ์ ۞- - - - - 9 - - - - -

 




- - - - - 9 - - - - -

“อ๊ากกก”เรียวสุเกะซุกหน้าลงบนเสื้อ คลุมของยูโตะ ลมหนาวเย็นพัดกระโหมจนเรียวสุเกะหายใจไม่ออก

ยังกลัวความสูงเหมือนเดิมเลยนะ

เสียงความคิดของยูโตะดังขึ้น เรียวสุเกะเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าของยูโตะก่อนจะมองลงไปข้างล่างที่เห็นเพียง ป่ารกทึบดกเขียวจนไม่เห็นพื้นดิน ก้อนเมฆน้อยใหญ่ลอยผ่านสายตาเขา ราวกับในความฝัน..
เรียวสุเกะเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น อ้อมแขนเล็กคลายออกช้าๆพร้อมกับสีหน้าที่โอนอ่อนมากยิ่งขึ้น

“นายเป็นปีศาจแบบไหนหรอ”เป็นครั้งแรกที่เรียวสุเกะถามยูโตะ
“แวมไพร์ครึ่งนก”เสียงทุ้มตอบกลับ เรียวสุเกะเห็นท่าทียูโตะไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ปากเล็กๆจึงเจื้อยแจ้วถามต่อในสิ่งที่ตัวเองสงสัย
“ทำไมฉันถึงถูกดูดความฝันล่ะ? ฉันเห็นด้วยนะผู้ชายสวมผ้าคลุมสีทอง”
“...”ยูโตะเงียบไม่ตอบกลับมา เรียวสุเกะปิดปากเงียบนึกกล่าวโทษตัวเองที่ถามออกไปแบบนั้น
“ขอโทษ..”เรียวสุเกะก้มหน้าปิดปาก เงียบ ยูโตะเห็นท่าทีหงอยๆแบบนั้นแล้วเขาตระหนักได้ว่าตัวเองควรจะโต้ตอบอะไรกลับ ไปบ้าง อย่างน้อยก็สร้างความสัมพันธ์กันไว้อย่างที่เคย์โตะพร่ำบอกเค้าอยู่ทุกเมื่อ เชื่อวัน
“เรียก ว่าดูดพลังชีวิตจะดีกว่า ถึงแม้จะเป็นความฝัน แต่มันก็ทำให้สูญเสียพลังไปมาก ปีศาจพวกนี้จะอาศัยพลังจากวิญญาณของคนอื่นเพื่อยังชีพตัวเองให้อยู่รอด มันชื่อ ยาบุ พวกปีศาจชั้นต่ำ ที่หากินบนโลกมนุษย์”
OoO”เรียวสุ เกะช็อคตาค้างที่ได้ยินประโยคยืดยาว ในใจนึกว่าตัวเองคงฝันกลางวันหรือไม่ก็คงสติแตกไปแล้วแน่ๆ คนเงียบระดับเทพอย่างยูโตะนี่นะ จะพูดอะไรยาวๆเป็นกับเขาด้วย!
“อะไร?”ยู โตะเห็นหน้าตกตะลึงของเรียวสุเกะอดนึกไปถึงใบหน้าช็อคสุดขีดของพวกผู้หญิง ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศสายสะพาย สวมมงกุฎเพชรตามโทรทัศน์ที่เขาเคยดูผ่านๆตา
“เอ่อ..ไม่มีอะไรๆ”เรียวสุเกะส่ายหน้า ถี่ยิบจนผมกระจาย



ทางด้านโรงเรียนมัธยมโฮชิ
มิราอิวิ่งหน้าตาแตกตื่นเหงื่อแตก พลั่กเข้ามาในห้องเรียน เธอสายคาบแรกไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว สาเหตไม่ได้มาจากตื่นสายแต่เพราะดูข่าวเพลินเกี่ยวกับพวกนกชนิดใหม่ที่พบใน ประเทศญี่ปุ่นเพลินไปหน่อย
ความจริงแล้วนั่นมันเหมือนคนบินมากกว่านกอีกนะ มิราอิคิดระหว่างหยิบกล่องดินสอสมุดจดบันทึกออกมาจากกระเป๋านักเรียน ยูริที่นั่งอยู่ข้างๆวันนี้ดูจะเหม่อลอยเป็นพิเศษ
“ฉันมาสายนะ ไม่ถามเหตุผลหน่อยหรอ?”มิราอิรู้สึกแปลกใจมาก ที่วันนี้ยูริไม่ประชดเธอว่าเป็นยัยเพิ้งตื่นสายเพราะนาฬิกาปลุกที่บ้านเสีย เหมือนอย่างเคย
“นี่ มิราอิ”จู่ๆยูริก็หันมาเรียกมิราอิ ใบหน้าน่ารักฉายแววเคร่งเครียดจริงจังกว่าทุกๆครั้ง จนมิราอิอดรู้สึกจริงจังตามไปด้วยไม่ได้
“หือ?”
“คือ สมมตินะ ถ้าฉันเกิดรู้สึกชอบคนคนนึงขึ้นมาน่ะ”
“อ่าฮะ”
“แล้วคนคนนั้นเป็นคนที่ฉันเกลียดม๊ากมาก แต่พึ่งมารู้ตัวว่าชอบเค้าม๊ากมากนี่ฉันควรจะทำยังไงดี”
“หา? หมายความว่ายังไงหรอ”
“ก็สมมตินะ คนคนนั้นเนี่ยฉันทำไม่ดีกับเค้าไว้เยอะแยะ แต่เค้าก็ยังชอบฉันเหมือนเดิม จนวันนึงฉันเพิ่งรู้ว่าฉันชอบเค้านี่ฉันควรจะทำยังไงดี”
มันไม่ใช่เรื่องสมมติขึ้นมาหรอก มิราอิคิด ก็ในเมื่อยูริทำหน้าจริงจังซะขนาดนี้ ต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างแน่นอน เจ้านี่ไปตกหลุมรักใครเข้าล่ะเนี่ย
“ก็สารภาพรักสิ ไม่เห็นยากเลย ถ้าเค้ายังชอบนายอยู่ การสารภาพรักครั้งนี้ก็ผ่านฉลุย!
“ตะ..แต่ ฉันทำไม่ดีกับเค้าม๊ากมากเลยนะ”ยูริพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ในขณะที่มือเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขแคะนู่นแคะนี่จับนู่นจับนี่ไปหมด
“ใครกันล่ะ?”มิราอิกระซิบถามยูริ ดวงหน้าหวานถอยร่นหนีส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่บอกหรอก”
“เออนะ จำไว้”มิราอิเขยิบหน้าออกห่าง ในขณะที่ดวงตาโตกวาดสแกนมองไปทั่วทั้งห้องเรียน ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่ผู้ชายผมทองที่กำลังนั่งกัดเล็บอยู่หลังห้อง
“หรือว่า..”
“มะ..ไม่ใช่ยูยะนะ!!”ยูริตะโกนโพล่งออกมาอย่างลืมตัว มิราอิหัวเราะคิกคักชอบใจที่ยังไม่ทันได้ถามเจ้าตัวก็ขย้อนความลับออกมาเสีย เอง
ยู ริเหลือบมองไปทางยูยะที่เงยหน้ามองมาทางเขา เขารีบหันหน้าหนีทันที
“ยูริจังเรียกฉันหรอ ^O^”ยูยะกระโดดมายืนอยู่หน้าโต๊ะเรียนของยูริ ร่างเล็กสะดุ้งวาบหันไปมองมิราอิอย่างคาดโทษทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนหลุดปากพูด ออกมาแท้ๆ
“นี่ ยูริจัง?”ยูยะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ยูริหันหน้าหนีอย่างรวดเร็ว แก้มใสเริ่มแดงแจ๋ ดวงตาเรียวพยายามมองค้อน
“ทำไม!
“เรียกฉันหรออ?”ยูยะลากเสียงยาวๆไม่พอ เขยิบหน้าเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมอีก
“เปล่า!”ยูริค้านเสียง แข็งติดตะโกน ยูยะเขยิบหน้าออกห่าง
“อ้าว ก็นึกว่าเรียก”เขายิ้มอย่างอารมณ์ดี พลางกระโดดร้องเพลงกลับไปนั่งที่ตัวเองเหมือนเดิม เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เรียวสุเกะเดินเข้ามาในห้องเรียน
“เรียวสุเกะ!”มิราอิวิ่งไปหาเรียวสุเกะและทำสายตาไม่ไว้วางใจใส่ยูโตะเหมือน อย่างเคย

คาบเรียนแรกเริ่มขึ้น.. ถ้าเป็นเวลาปรกติยูริคงเผลอแอบงีบหลับเพราะเป็นวิชาที่เขาชอบน้อยที่สุด แต่วันนี้เขาตั้งใจเรียนมากเป็นพิเศษจนมิราอิตกใจ เขาตอบทุกคำถามของอาจารย์ เปลี่ยนไปจนเพื่อนในห้องงุนงง สาเหตุที่เขาทำแบบนี้เพราะไม่อยากคิดถึงยูยะ ที่ตอนนี้กำลังปรบมือเหมือนลิงตีฉาบอยู่หลังห้อง

“ยูริจังง”ยูยะโผล่เสนอหน้าเรียกยูริเสียงดังหลังจากที่เขาทาน ข้าวไปได้หนึ่งคำ
“ยูริจังนี่เก๊งเก่ง~ วันหลังสอนฉัน มั่งสิ”ยูยะเห็นท่าทีนิ่งเงียบผิดปรกติของยูริก็ยิ่งได้ใจอ้อนยูริอย่างสนุก สนาน
“ฉัน ไปหาเรียวสุเกะนะ”มิราอิลุกจากโต๊ะหอบเบนโตะวิ่งไปที่โต๊ะของเรียวสุเกะ อย่างรวดเร็วทิ้งให้ยูริมองตามหลังอ้าปากพะงาบๆเพราะเรียกรั้งไว้ไม่ทัน
ยูยะนั่งลงบนเก้าอี้ของมิราอิทันที หลังจากที่เจ้าของโต๊ะลุกออกไปเมื่อครู่ ยูริมือเย็นคีบเนื้อเข้าปากนั่งเงียบเชียบไม่พูดไม่จา หากเป็นเวลาปรกติคงแว้ดๆไล่ยูยะเปิดเปิงไปแล้ว
“ฮู้วววว~! น่ากินจังเลย แต่เจ้าของน่าอร่อยกว่า”
“...”
“นี่ เป็นอะไรหรือเปล่า”ยูยะรู้สึกได้ถึงอาการแปลกๆของอีกฝ่าย
“เปล่า”
“ฉันกวนหรอ”ยูยะพูดราวกับไม่รู้ตัว
“เปล่า”ยูริก้มหน้าก้มตาดื่มชา จากกระติกน้ำจนหมด
“ยูริจางงง~”ยูยะวางตะเกียบลงบนเบนโตะของ ตัวเอง นอนแนบหน้าลงบนโต๊ะของยูริ เขาจ้องมองยูริที่เอาแต่หลบหน้าหลบตา
ยูริหยิบฝากระติกน้ำลงหมุนปิด สูดหายใจเข้าเฮือกๆเรียกกำลังใจ
“นี่”
“หือ?”
“ตอนเย็นว่างมั้ย?”
“หือ? ว่างสิ ทำไมหรอ”
“ฉันมีอะไรจะคุยด้วยน่ะ”


“นี่เรียวสุเกะ!”มิราอิวิ่งอ้อมโต๊ะด้านหน้ากระดานดำมาหาเรียวสุเกะที่กำลังนั่ง จ้องกล่องข้าวเบนโตะของตัวเอง
“หา!?”เรียวสุเกะ สะดุ้งตกใจจนเกือบปล่อยตะเกียบหล่นลงบนโต๊ะ
“ยูริ ยูริ!”มิราอิ เรียกชื่อยูริด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“หา?”เรียวสุเกะยังคงงงต่อไป มิราอิวางกล่องเบนโตะลงบนโต๊ะจูงมือเรียวสุเกะออกไปข้างนอกห้อง
“วันนี้เจ้านั่นต้องไปสารภาพรักกับยู ยะแน่ๆ”
“อ๋อ” เรื่องนี้นี่เอง
“เห๊ะ!? นายรู้มาก่อนหรอ?”
“เปล่าๆ ฉันแค่พูดไปเรื่อยๆน่ะ”เรียวสุเกะยิ้มเจื่อนๆ ก็เมื่อเช้านี้เขาเผลอไปอ่านใจยูริเข้าน่ะสิ..
ความสามารถพิเศษแบบนี้ก็เกิดขึ้น ตั้งแต่ว่าที่ยูโตะมาหาเขาที่บ้านครั้งนั้น เรียวสุเกะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลย ไม่ว่าเขาจะเดินผ่านใครก็จะได้ยินความคิดของคนคนนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยที่เกิดเรื่องแบบนี้กับตัวเขา มันเหมือนกับการอ่านใจมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี เหมือนกับล่วงรู้ถึงความลับในจิตใจของคนคนนั้นซึ่งไม่อยากให้ใครรู้ หากเป็นเขาถ้ามีคนรู้ถึงความคิดเขาทุกอย่าง เขาคงหวาดระแวงตลอดเวลา
แต่ก่อนเขาสามารถควบคุมตัวเองเป็น ปรกติได้ แต่พักหลังมานี้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย
“เรียวสุเกะ! ฟังที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่า!?”
“หะ..หือ? อ๋อ”
“นายเหม่อลอยตั้งแต่เช้าแล้วนะ มีอะไรหรือเปล่า?”น้ำเสียงของมิราอิมันทำให้เรียวสุเกะนึกถึงแม่ขึ้นมา
“เปล่าหรอก”
“วันนี้ไปแอบดูเจ้านั่นสารภาพรักกัน เถอะ!
“หืม? ดูคนสารภาพรักนี่นะ?”
“ใช่แล้ว! ยิ่งเป็นเจ้ายูริฉันยิ่งอยากเห็น”
“เอ่อ..แต่ว่า..”
“น้า เรียวสุเกะ~”เธอเขย่าแขนอ้อนวอนผม ผมพยักหน้าอย่างจำใจแม้จะรู้ว่าร่างกายตัวเองยังไม่หายดีก็ตาม


ช่วงเย็นเรียวสุเกะวิ่งตามหลังมิราอิ ที่กำลังสะกดรอยตามยูริที่เดินอยู่ด้านหน้า
ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้กันด้วยเนี่ย  เรียวสุเกะคิดในใจ
“ชู่!”มิราอิผลักเรียวสุเกะหลบหลังป้ายบอร์ด ของโรงเรียนเมื่อยูริหยุดยืนอยู่ตรงระเบียงด้านนอกของห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ที่ไร้ผู้คน
เสี้ยว หน้าหวานครุ่นคิดเรื่องบางอย่างใบหน้าฉาบไปด้วยความกังวล เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ยูยะเดินร้องเพลงหมีสามตัวเดินเข้ามาในห้องวิทยา ศาสตร์ตามคำขอของยูริพอดี
“อ๊ะ”ยูริสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ยูยะปรี่เข้ามาหายูริอย่างออดอ้อน
“มีอะไรหรอยูริจัง”ร่างสูงวางกระเป๋านักเรียน เบาหวิวลงบนโต๊ะสีเนื้อด้านหน้ายูริ
“เอ่อ..คือ”นัยน์ตาหวานลุกลน มือเรียวสวยกำขอบชายเสื้อแน่น ริมฝีปากเป็นกระจับสวยเม้มเข้าหากัน
“เดี๋ยวก่อน!...”
“หือ?”
“ที่ยูริจังเรียกฉันมาคุยในที่ที่ เปลี่ยวๆแบบนี้ อย่าบอกนะว่า!
“เอ่อ คือมัน..”
“ยูริจังจะไล่ฉันออกไปจากชีวิต!! ไม่เอาน้า! ฉันไม่ยอมนะ!”ยูยะร้องโอดครวญเป็นหมาถูกน้ำร้อนลวกกอดขายูริราวกับลูกหนี้อ้อน วอนเจ้าหนี้
“ไม่ ใช่!”ยูริตะโกนอย่างอัดอั้น
“หา? ถ้าไม่ใช่แล้วยูริจังเรียกฉันมาทำไมล่ะ ฉันคิดมากนะ”ยูยะเปลี่ยนจากกอดขาธรรมดาเป็นเขย่าขายูริอย่างบ้าคลั่ง
“ก็..”
“ก็อะไรหรอ”
“คือ..”
“คือ?”
“ไม่มีอะไรหรอก”ยูริเดินหนียูยะไปอีกฟากหนึ่ง ของห้องทิ้งให้ยูยะนอนคว่ำหน้ากับพื้น
“โอเค ไม่มีก็ไม่มี งั้นฉันกลับก่อนละกันนะ ยูริจังจะกลับด้วยกันเปล่า?”ยูยะเอ่ยชวนยูริ ร่างเล็กส่ายหน้าหวือ ยูยะบอกลาก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นพาดหลัง
“เจอกันพรุ่งนี้นะยูริจัง”หันหลังหมุนตัวเดิน ออกจากห้อง มือข้างที่ว่างโบกอำลา
“ยูยะ!
“หืม?”ร่างสูงหันขวับมองร่างเล็กที่ ยืนอยู่อีกฟากของห้อง
“คือ จริงๆแล้วน่ะ”
“อะไรหรอ?”
“...” ยูรินิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรออกมาดื้อๆ
“ยูริจัง”ยูยะเรียกชื่อยูริอีกครั้ง
“นายกลับบ้านเถอะ”
“งั้นหรอ โอเค เจอกันพรุ่งนี้นะ”ยูยะที่ตั้งท่าจะเดินเข้ามาหายูริหมุนตัวเดินกลับไปทาง เดิม
“ฉัน ชอบนาย” ยูยะหยุดชะงักขา ร่างสูงหันขวับมองร่างเล็กที่ยืนหอบด้วยสายตาที่แปลกไป
“ว่าไงนะ?”
“ฉัน..ชะ..ชอบนาย”ยูริก้มหน้าแก้มสอง ข้างขึ้นสีเรื่อ อกเล็กหอบขึ้นลงเมื่อใช้ความกล้าทั้งหมดลงไปกับการสารภาพรักครั้งแรก
คึ่ก~!
ยูยะล้มลงทั้งยืน ไอสีดำจางๆลอยละล่องวนอยู่เหนือร่าง ยูริวิ่งเข้าไปหาร่างนั้น
“ยูยะ!”ยูริเขย่า ร่างที่หมดสติของยูยะอย่างร้อนรน คำพูดสำเนียงภาษาแปร่งๆดังก้องไปทั่วทั้งห้องที่ปกคลุมด้วยบรรยากาศอึมครึม แปลกๆ
เซ คิล..เซ~ คิล
“ยู ยะ! ฟื้นสิ ยูยะ!”ยู ริน้ำตารื้นขอบตาขณะที่พยายามปลุกยูยะอย่างสุดความสามารถ

เรียวสุเกะกับมิราอิที่แอบยืนดูอยู่ด้านนอกนั้นถึงกับช็อคกับ เหตุการณ์ที่ได้เห็น
“อะไรกันน่ะ”มิราอิวิ่งพรวดเข้าไปข้างในห้อง ทิ้งเรียวสุเกะยืนตะลึงอยู่ด้านนอก
นั่นมัน...พลังปีศาจ
“โอ้วว ท่านKกลับมาแล้ว^^”ครูแก้มแตกโผล่มาโอบไหล่ เรียวสุเกะ
“นาย!!”เรียวสุเกะสลัดแขนออกราวกับเป็นเชื้อราสกปรก
“อา..ไม่ดีนะ”ครูแก้มแตกส่ายหน้ายิ้ม นิดๆ เสียงดีดนิ้วดังเป๊าะดังขึ้นเบาๆ ฮิคารุโผล่ออกมาจากตู้ล็อคเกอร์ในสภาพที่ไร้ท่อนล่าง
“เจอกันอีกแล้ว เจ้าหญิงของผม”ดอกกุหลาบเหี่ยวเฉาถูกยื่นมาตรงหน้าเรียวสุเกะ มือเล็กปัดกุหลาบดอกนั้นกระแทกกำแพง
แกร๊ง!
ดอกกุหลาบสีดำกลายเป็นมีดพับแหลมคม
“โอว..เก่งขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย ทะลุเกราะปิดกั้นความคิดของยาบุได้^^
“ยาบุ?”
“สวัสดี เรียวสุเกะ”เสียงทุ้มเยือกเย็นดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงชะลูดสวมชายเสื้อคลุม ทอง
“นะ..นาย!”จู่ๆขาของเรียวสุเกะก็หมดแรงเสียดื้อๆ
“ความฝันของนาย อร่อยไม่มีเปลี่ยนจริงๆ”ชายรูปร่างสูงสวมผ้าคลุมสีทองขยับกายเดินเข้ามาหา เรียวสุเกะที่ล้มลงบนพื้นอย่างนิ่มนวลแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายเยือกเย็นชวนขน ลุกแปลกๆ
“อย่า เข้ามานะ!”เรียวสุเกะกลั้นใจตะโกน ร่างเล็กถอยร่นจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับประตูห้องเรียนวิทยาศาสตร์
“เอาล่ะ มากับข้า”ชายสวมผ้าคลุมสีทองกระชากแขนเรียวสุเกะลุกขึ้นยืน ก่อนจะหันไปส่งสายตาพูดอะไรบางอย่างกับฮิคารุและครูแก้มแตก
“จะทำอะไร!”เรียวสุเกะสะบัดข้อมือออก ขาเล็กซอยวิ่งหนีเข้าไปในห้องเรียนวิทยาศาสตร์ แต่ก็ยิ่งทำให้เรียวสุเกะถูกขังในห้องปิดตายอย่างสมบูรณ์แบบ ยาบุแค่นยิ้ม..
ไร้เดียงสาไม่มีเปลี่ยนเลยนะ เรียวสุเกะ..
มิ ราอิสลบอยู่ที่ใต้โต๊ะตัวหนึ่งในสภาพเหมือนถูกตีศีรษะ ยูยะอุ้มร่างหมดสติของยูริ นัยน์ตาสีเงินจิกมองเรียวสุเกะที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง
“หึ”เสียงทุ้มแค่นหัวเราะ ยูยะวางร่างยูริลงนอนที่โต๊ะตัวหนึ่งก่อนจะเดินมาหาเรียวสุเกะที่ยืนอยู่ตรง กระดานไวท์บอร์ดหน้าห้อง
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เรียวสุเกะ”เสียงทุ้มเบสต่ำราวกับจะขู่คำรามได้ทุกเมื่อเอ่ยทักทายเรียวสุ เกะราวกับมิตรที่ไม่ได้เจอกันมานานแสนนาน
ท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังเท้า ของยูยะนั้นทำให้เรียวสุเกะแปลกใจ ร่างเล็กที่ตั้งท่าจะวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือถึงกับถอยกรูดหลบมุมด้านหลัง ปูนปั้นอันหนึ่ง
“เรียว สุเกะ~ ไง..สบายดีหรือเปล่า?”เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบของเรียวสุเกะ ด้วยน้ำเสียงเนิบนาบสบายๆ
“ยูยะ..”
“หืม?”ร่างสูงโปร่งเยื้องย่างเข้าเหยียบย่ำกอง ฝุ่นคร่ำเครอะหนาเตอะด้านหน้าโต๊ะแกะสลักปูนปั้นห่างจากเรียวสุเกะไม่เท่า ไหร่นัก
“อย่า ทำฉันเลยนะ”ไม่รู้อะไรดลใจให้เรียวสุเกะพูดออกไปแบบนั้น ราวกับคำพูดนี้ออกมาจากเบื้องลึกของจิตใจ ความหวาดกลัวแล่นเกาะกุมทุกอณูความรู้สึก มือของเขาเย็นเฉียบเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ลำคอแห้งผาก
“หือ? นายกำลังขอร้องฉันงั้นหรือ?”ยูยะฮัมเพลงเบาๆ
บึม!!
ปูนปั้นด้านหน้าเรียวสุเกะแตกละเอียดออกเป็น เสี่ยงๆ ฝุ่นละอองเศษปุ่นจำนวนมากทิ่มไปทั่วทั้งร่างกายของเรียวสุเกะ
“แค่กๆ”เรียวสุเกะหอบหายใจใต้โต๊ะตัว หนึ่งที่แยกออกเป็นสองซีก ยูยะนั่งลงตรงหน้าเรียวสุเกะ นัยน์ตาสีเงินจิกมองเรียวสุเกะ แววตานั้นแฝงไปด้วยความเยือกเย็นและไร้ซึ่งความรู้สึกจนเรียวสุเกะหวาดกลัว จับขั้วหัวใจ
“แก ไม่มีสิทธิพูด!”ยูยะตะคอกเสียงดัง
เปรี๊ยะ~! โครมมม!
เสียงคล้ายแก้วแตกดังกัมปนาทไปทั่วทั้งห้อง ยูยะเงยหน้าขึ้นมองไปทั่วทั้งห้อง มือสากคว้าแขนเรียวสุเกะเอาไว้
“ท่านK ยูโตะฝ่าม่านพรางตาเข้ามาแล้ว!”เสียงครูแก้มแตก ตะโกนออกมาจากด้านนอกห้อง
ฉึก!
“อ๊ากก!”เสียงครูแก้มแตก ร้องอย่างเจ็บปวด เสียงคล้ายมีดกรีดกระแทกตู้ล็อคเกอร์ดังโครมใหญ่ ยูยะกระชากตัวเรียวสุเกะลุกขึ้นยืน ข้อแขนแข็งแรงล็อคคอเรียวสุเกะไว้แน่น
เรียวสุเกะมองไปที่ทางเข้าที่มีอยู่ เพียงทางเดียวของห้องวิทยาศาสตร์ บรรยากาศเงียบเชียบแล่นเกาะกุมทั่วจิตใจของเรียวสุเกะ
ยูโตะ..ช่วยฉันด้วย
ปังง!
ทันทีที่เรียวสุเกะลืมตา เขาตกใจกับร่างตรงหน้าจนเกือบจะสิ้นสติ คนตรงหน้าเหมือนไม่ใช่ยูโตะ ร่างสูงใหญ่หอบหายใจเสื้อเชิ๊ตนักเรียนขาดรุ่ยรุ่งริ่ง ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ผมกระเซอะกระเซิง มือทั้งสองข้างมีเล็บสีดำงอกยาวราวกับกรงเล็บเหยี่ยว นัยน์ตาคู่คมสีแดงก่ำดั่งเลือดจ้องมาที่ร่างด้านหลังเรียวสุเกะด้วยสายตา อาฆาตแค้น เส้นเลือดปูดโปนไปทั่วทั้งใบหน้า ใบหน้าที่หล่อเหลาเย็นชาบูดเบี้ยวเต็มไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวโกรธ
“แกก!!!”ยูโตะ ขู่คำรามเสียงดังสนั่น เขี้ยวยาวจนถึงริมฝีปากล่าง ยูโตะขบกรามจนเป็นสันนูน
ฉัน จะฆ่าแก..ไอ้สารเลว!!
“ยะ..ยูโตะ”เรียวสุเกะน้ำตาไหล่พราด กับเหตุการณ์ตรงหน้าเมื่อได้ยินความคิดของยูโตะ
แววตาของยูโตะไหววูบเมื่อได้ยินเสียง ของเรียวสุเกะ จนเผลอพลาดท่าถูกครูแก้มแตกตะปปเข้าที่แขนซ้าย เลือดสีแดงข้นเหนียวพุ่งกระฉูดจากบาดแผลฉกรรจ์
เป๊าะ!
ร่างของเรียวสุเกะหายไปพร้อมกับยูยะ เหลือทิ้งไว้เพียงไอหมอกสีดำจางๆ
“ฉันจะฆ่าแก!!”ยูโตะกู่ คำรามร้องอย่างคับแค้นใจ
“อ๊ากกกกก!!”ท่อนแขน แกร่งสะบัดพือ ลมสลาตันพัดอบอวลไปทั่วทั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ราวกับถูกระเบิดถล่มจนห้อง เละเทะ

Next part please wait..


----------------------------------------------------------

มา ต่อแล้วนะคะ^^ ต้องขอโทษด้วยที่มาคราวนี้ปล่อยให้รอคอยกันT^T มีคนแอบแซวว่าให้สละเวลาจากการอัพall aboutมาลงฟิคมั่ง ฮ่าๆๆ>< ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะจ้ะ ToT รีบปั่นแล้วรีบเอามาลงให้อ่านเลย T  T  ตอนนี้ก็ยังไม่เลือดสาดเลย ฮาๆ คาดว่าตอนต่อไปแน่นอนค่ะ^^ ตอนนี้ยูยะลักพาตัวเรียวสุเกะไปแล้ว มาลุ้นกันว่า ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น^^... 

۞ [ Fic HSJ ] รักต่างสายพันธุ์ ۞- - - - - 8 - - - - -

โอคาโมะโตะ  เคย์โตะ







- - - - - 8 - - - - -

เรียวสุเกะรู้สึกชาหนึบที่ลำคอเหมือนเป็น เหน็บ ใบหน้าตื่นตระหนกของมิราอิปรากฎเด่นชัดจนเขามองไม่เห็นบรรยากาศโดยรอบ เรียวสุเกะยันตัวขึ้นนั่ง หลังมือเท้าลงที่ข้างลำตัว สัมผัสอุ่นๆเหนอะๆเรียกให้เรียวสุเกะเหลียวสายตาหันไปมอง กองเลือดกองเบ้อเริ่มเต็มพื้นห้องเรียนไปหมด กลิ่นคาวเลือดส่งกลิ่นชวนคลื่นเหียน แม้ว่าจะเป็นเลือดตัวเองแต่ก็อดจะรู้สึกอยากอ้วกไม่ได้

“อุ่บ”เรียวสุเกะตะครุบมือปิดปากไว้ได้ ทันท่วงที กลิ่นน้ำย่อยชวนเวียนหัวกำลังทำร้ายเรียวสุเกะอย่างร้ายกาจ

“อย่าเป็นอะไรนะ
! ใช่! ห้องพยาบาล! ฉันจะพานายไปห้องพยาบาล!”มิราอิพยายามพยุงร่าง เรียวสุเกะอย่างเงอะๆงะๆ

พรวด
~

ของเหลวข้นเหลืองมาพร้อมกลิ่นอาหารเก่า พุ่งออกมาจากปากเรียวสุเกะเปรอะเต็มพิกัดบนเสื้อสูทด้านนอกของมิราอิ เธอไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก เธอคิดอยู่เพียงอย่างเดียวคือพาเรียวสุเกะไปห้องพยาบาลให้เร็วที่สุด และในขณะที่เธอกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะยกตัวเรียวสุเกะในสภาพ โก่งคออาเจียนพุ่งเป็นน้ำจากสายดับเพลิง ยูริที่พึ่งตัดสินใจได้ว่าตัวเองต้องเข้ามาช่วย

“นายจัดการที่เหลือ เดี๋ยวฉันพาไปเอง”มิราอิบอกยูริที่ทำสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อเห็นกองเลือดชัดๆ ว่ามันมากกว่าที่เขาเห็นจากด้านนอกห้อง

มิราอิจับเรียวสุเกะขึ้นขี่หลัง วิ่งอย่างทุลักทุเลไปที่ห้องพยาบาล แต่เมื่อไปถึงห้องพยาบาล

“เวร
! ยังไม่เปิด!”มิราอิตะโกนอย่างหัวเสีย เป็นเวลาเดียวกันกับที่เรียวสุเกะรู้สึกดีขึ้นจากเดิมนิดหน่อยหลังจาก อาเจียนใส่ไหล่เพื่อนสาวตลอดระยะทางระหว่างห้องเรียนถึงห้อพยาบาล

“ฉันไม่เป็นไร”เรียวสุเกะลงจากหลังมิราอิ ยืนโอนเอนบนพื้น

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ หมอนั่นมันทำอะไรนายน่ะ
!

“ไม่ ได้ทำอะไรหรอก”เรียวสุเกะปฏิเสธ และพึ่งสังเกตได้ถึงคราบอาเจียนเปื้อนเต็มตัวมิราอิ ราวกับเอากล้วยบดราด

“นายไม่ควรยุ่งกับหมอนั่นเลยนะ
!

“อื้อ ฉันก็ไม่ได้ปรารถนาจะยุ่งด้วยนักหรอก”

“นายโอเคดีใช่ไหม?”มิราอิเดินวนรอบตัว เรียวสุเกะราวกับเรด้าหาสิ่งแปลกปลอมบนร่างกายของเรียวสุเกะ

“อื้อ”

มิราอิสวมกอดเรียวสุเกะอย่างนิ่มนวล คิ้วโค้งสวยทิ้งตกลงอย่างโล่งอก

“ดีจังเลย ฉันเป็นห่วงแทบแย่”

“...”

อ้อมกอดของมิราอิเรียวสุเกะรู้สึกอบอุ่น อย่างแปลกประหลาด เขารู้สึกคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้อย่างบอกไม่ถูก จู่ๆน้ำตาก็พาลรื้อที่ขอบตาอย่างไร้ซึ่งเหตุผล

“เอ๋? นายร้องไห้ทำไมกัน
!? เจ็บหรอ?”มิราอิร้อนรน มือเล็กเรียวลูบปาดหยาดน้ำตาออกจากแก้มใส

“ฮึก”ยิ่งโอบประโลม ก็ยิ่งจะทำให้เรียวสุเกะร้องหนัก

“เป็นอะไรน่ะ
!?”มิราอิจิตตกทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

เรียวสุเกะสะอึกสะอื้นร้องไห้จนตัวโยน มืออวบขยี้ตาร้องไห้โยเยเป็นเด็กๆ

“...”มิราอิร้อนรนเลือกไม่ถูกว่าจะปลอบ เรียวสุเกะในรูปแบบไหน

เรียวสุเกะรู้สึกจุกอกเมื่อเห็นสายตาเป็นห่วงของมิราอิ..

“แม่..”เรียวสุเกะพึมพำในลำคอ

มิราอิตกตะลึงเบิกตาโต เมื่อได้ยินเรียวสุเกะเรียกออกมาแบบนั้น ปฏิกิริยาของมิราอิเริ่มเปลี่ยนไป เธอทรุดลงนั่งยองๆกับพื้น รู้สึกปวดตุบที่ศีรษะราวกับถูกคีมบีบ มือแข็งเกร็ง หายใจไม่ออกเหมือนถูกบีบอากาศออกจากร่าง

“กรี๊ดดดดดดดดดดดด
!!”เธอกรีดเสียงร้องแหลมต่อต้านร่างกายของตัวเองที่เริ่มเปลี่ยนไป ควันสีขาวเป็นไอลอยมาจากริมฝีปากของเธอ ร่างบางกระตุกเกร็งเหมือนคนจมน้ำขาดอากาศหายใจ เรียวสุเกะนั่งลงข้างๆร่างบาง ในใจรู้สึกสงบอย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับลึกๆนั้นเขากำลังรอคอยการกลับมาของผู้เป็นแม่

“เรียวสุเกะ”เสียงของมิราอิเปลี่ยนไป เสียงของเธอแก่ชราแต่เปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวลและอ่อนโยน

“แม่”เรียวสุเกะกอดร่างมิราอิ น้ำตาไหลพราก เขารู้สึกโหยหาความรู้สึกนี้มานานมากเหลือเกิน

น่าแปลกที่เขากลับไม่รู้สึกแบบนี้กับแม่ ของเขา

เรียว สุเกะ เด็กชายผู้น่าสงสาร ชีวิตของเขาต้องแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล แม้กระทั่งความทรงจำในอดีตก็ไม่หลงเหลือ ความ
ทรงจำในอดีตที่เขานึกได้ เพียงอย่างเดียวคือ เขาตื่นขึ้นมาในห้องนอนของตัวเอง โดยที่รู้ความจริงเพียงอย่างเดียวคือ เขาได้รับอุบัติเหตุร้ายแรง กลายเป็นเจ้าชายนิทรา

ถึงแม้จะได้ยินมาแบบนั้น แต่เรียวสุเกะกลับรู้สึกต่อต้าน จิตสำนึกเค้ารู้สึกต่อต้าน

มีบางอย่างที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนั้น และเหตุผลนั้นต้องไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอน

“แม่ขอโทษ”เรียวสุเกะส่ายหน้าทั้งน้ำตา กอดแม่ในร่างมิราอิ ไร้ซึ่งข้อกังขาใดๆ

“ผมคิดถึงแม่”เรียวสุเกะร่ำไห้บอกผู้เป็น แม่ทั้งน้ำตา

“แม่ คิดว่าจะไม่มีวันนี้อีกแล้ว..เรียวสุเกะ ลูกช่างน่าสงสารมากเหลือเกิน”

เรียวสุเกะพึ่งรู้ความจริงชวนตกตะลึงที่ ว่าแม่ที่แท้จริงของเขา อาศัยซ่อนเร้นอยู่ในร่างของมิราอิมานานแสนนาน โดยที่เจ้าของร่างไม่รู้ตัว เธอเฝ้าคอยมองลูกชายของเธออย่างเจ็บปวด วันนี้การรอคอยของเธอได้จบลงแล้ว ในที่สุดเรียวสุเกะก็รับรู้ได้ถึงตัวตนของเธอ


“ผม จำไม่ได้”เรียวสุเกะรู้สึกสับสนทุกครั้งที่พยายามนึกถึงอดีต ราวกับเขาถูกดูดดึงลงไปในอุโมงค์อันมืดมิดไร้ซึ่งทางออก

ตอนนี้เรียวสุเกะกำลังยืนอยู่ข้างๆแม่ของ ตนในร่างของมิราอิ แม่กำลังล้างคราบอาเจียนของผมออกจากชุดสูทด้านนอก

“มิราอิเธอเป็นคนที่จิตใจดี”แม่พูดขึ้น พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าลวดลายน่ารักชุบน้ำจากก๊อกน้ำของโรงเรียน เช็ดคราบอาเจียนบนเสื้อของเรียวสุเกะ

“แต่แม่ออกมาแบบนี้ได้ชั่วคราวเท่านั้น”

“ทำไมล่ะครับ”

“ถ้าแม่อยู่นานมากกว่านี้ เจ้าของร่างอาจจะถูกแม่ใช้พลังไปจนหมด จนไม่สามารถกลับมาร่างของตัวเองได้อีกเลย”

เรียวสุเกะพยักหน้าฟังที่แม่พูดอย่าง ตั้งใจ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเรียวสุเกะสับสน

“ลูกถูกลบความจำ เพราะพ่อของยูโตะ”

ยังไม่ทันที่เรียวสุเกะจะทันเข้าใจอะไร ร่างของมิราอิก็ล้มลงพิงตัวเขา เหตุการณ์ที่เกิดเมื่อครู่กับคำพูดประโยคสุดท้ายที่เรียวสุเกะได้ยิน ช่างเป็นเรื่องที่ทำใจเชื่อยากเหลือเกิน แต่เขามั่นใจว่าต้องใช่แม่ของเขาแน่ๆ ถึงแม้มีข้อพิสูจน์เพียงอย่างเดียวคือความรู้สึกคุ้นเคยของเขา แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เขาเชื่อและกระหายที่จะค้นหาความจริงในอดีตว่าอะไร ที่ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ไปได้..



เรียวสุเกะกลับมาในห้องเรียนอีกครั้ง พร้อมมิราอิที่ซึมลงไปนิดหน่อย เธอบ่นว่าเวียนหัวนิดหน่อย มิราอิกลับไปนั่งที่และถูกยูริไต่สวนทันที เรียวสุเกะนั่งลงที่โต๊ะของตัวเอง ยูโตะยังไม่กลับมาที่ห้อง

 
ฉันคิดถึงนาย...เรียวจัง

 
เรียวสุเกะสะดุ้งลุกขึ้นยืน ทุกคนในห้องเงียบกริบหันมามองเรียวสุเกะพร้อมกัน เขายิ้มแห้งๆก่อนจะนั่งสงบลงเหมือนเดิม จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงกันล่ะ เขาได้ยินเสียงความคิดของยูโตะนี่!

สรุปเขากับยูโตะเคยเป็นคนรักกันมาก่อน จริงๆหรอเนี่ย?  เรียวสุเกะครุ่นคิดปัญหานี้อย่างจริงจัง ความเป็นไปได้ที่เขาจะคบกับคนน่ากลัวแบบนั้นมีเพียง หนึ่งเปอร์เซ็นต์จากล้านเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้

ทำไมต้องเป็นยูโตะด้วยล่ะ? ผมเป็นผู้ชาย อะไรที่ทำให้สนใจผมกันนะ..

เรียวสุเกะเท้าคางมองมิราอิที่นั่งอยู่อีก ฟากของห้อง ในร่างของมิราอิมีวิญญาณของแม่อาศัยอยู่ เรียวสุเกะทั้งรู้สึกดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน เรื่องนี้เขาต้องเก็บเป็นความลับ


เรียว สุเกะเดินเหม่อลอยระหว่างทางเดินจากอาคารเรียนถึงหน้าโรงเรียน เรียวสุเกะเดินเลยผ่านเคย์ที่มารอรับตั้งแต่โรงเรียนยังไม่เลิกโดยที่เจ้า ตัวไม่ทันได้สังเกต เคย์วิ่งเข้าไปจี๋เอวเรียวสุเกะ

“อ๊ะ
! พี่”

“มัวเหม่อลอยคิดถึงใคร ถึงมองไม่เห็นพี่หืม?”เคย์ดึงกระเป๋าของเรียวสุเกะมาสะพาย

“ไม่เป็นไรหรอก ผมถือได้”เรียวสุเกะยิ้มเกรงใจ

รอยยิ้มเกรงใจในแบบที่เคย์ไม่เคยเห็นมา ก่อน มันทำให้เขาคิดว่าเรียวสุเกะต้องไปรู้เรื่องอะไรมาแน่ๆ

“งั้นไปหาอะไรทานแถวนี้ไหม พี่เลี้ยงเอง
^^”เคย์ยิ้มอย่างใจดี เรียวสุเกะยิ้มกว้างพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น เคย์ยิ้มกว้างจูงมือน้องชายข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม

“อื้มม อร่อย
!”เรียวสุเกะยิ้มกว้างในมือถือเครปเจ้าโปรดหน้าโรงเรียน เคย์ยื่นน้ำผลไม้กระป๋องที่พึ่งไปกดจากตู้ให้เรียวสุเกะ

“ลองชิมดูสิ”เรียวสุเกะยื่น เครปส่งให้เคย์ที่ทำหน้าอยากอ้วกขึ้นมาแว้บหนึ่ง

“ไม่ล่ะ กินมาแล้วน่ะ
^^”เคย์ดันเครปนั้นออกห่าง

“ที่แท้ก็กินมาก่อนแล้วนี่เอง”เรียวสุเกะ งับเครปเสียงดับกรุบ มือเล็กอวบงัดฝากระป๋องน้ำผลไม้เปิดออก

ช่วงที่เรียวสุเกะสาละวนกับการกินอยู่ นั้น เคย์เริ่มอ่านใจเรียวสุเกะอย่างช้าๆ


จะได้พบแม่อีกมั้ยนะ

ฉันเป็นคนรักยูโตะจริงๆน่ะหรอ

ไม่อยากจะเชื่อเลย


“พี่”เรียวสุเกะสะกิดเรียกพี่ชายเบาๆเมื่อ เห็นเคย์มองมาที่ตัวเองด้วยสายตาแปลกๆ

“ว่าไง?”เคย์ยิ้มกว้างได้อย่างแนบเนียน

“ผมอยากกลับบ้านแล้วล่ะ
^^

“อื้ม กินหมดแล้วหรอ?”

“แน่นอน
!”เรียวสุเกะยิ้มอย่างอารมณ์ดี สะพายกระเป๋านักเรียนลุกขึ้นเดินนำพี่ชาย โดยที่ไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ข้างหน้าเขาจะพบเจอกับความทรงจำที่แสนเจ็บปวด ที่ถูกรื้อฟื้นกลับคืนมา..



เรียวสุเกะแวะซื้อขนมห่อเข้าบ้านที่ซุป เปอร์มาร์เก็ต เคย์เอ่ยปากว่าจะรออยู่ด้านนอก เรียวสุเกะเลือกซื้อขนมจนพอใจ ก่อน
จะเดินไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ แต่พอออกมาด้านนอกกลับไม่พบพี่ชาย

“ไปไหนนะ”เรียวสุเกะพึมพำ ก่อนจะเริ่มชะเง้อมองหาพี่ชาย

เสียงเมล์โทรศัพท์ดังขึ้นเบาๆ เรียวสุเกะเปิดฝาพับโทรศัพท์ออกดูข้อความ


กลับบ้านไปก่อนนะ พอดีพี่ติดธุระด่วนน่ะ
                                                พี่เคย์

“หว้า
~ รีบขนาด มาบอกไม่ได้เลยหรอ”เรียวสุเกะพึมพำอย่างนึกน้อยใจ มือเล็กกระชับถุงหูหิ้วเดินเลี้ยวเข้าซอยของหมู่บ้าน

ครืนน
~

เสียงลมพัดดังหวีดหวิวจนเรียวสุเกะเสียว สันหลังวาบ เขาหันหลังขวับมองไปยังทางเดินด้านหลังอย่างหวาดระแวง ใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เรียวสุเกะเร่งฝีเท้าในจังหวะถี่เร็วมากขึ้น

โครม
!

ท่อนซุงขนาดใหญ่ขวางทางเดินเสียมิด เรียวสุเกะสะดุ้งตกใจปล่อยของลงกับพื้น ตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ บรรยากาศเย็นยะเยือกแปลกๆยิ่งทำให้เรียวสุเกะหวาดกลัวเป็นทวีคูณ ดวงหน้าหวานหันซ้ายหันขวาราวกับจะมองหาใครบางคน แต่ก็ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้

“ฟู่
~”เรียวสุเกะถอนหายใจอย่างโล่งอก มือเล็กก้มลงหยิบถุงพลาสติกขึ้นมาถือ แต่ทันใดนั้นเงาใครบางคนทาบบนตัวเรียวสุ
เกะ

“อ๊ะ
!”เรียวสุ เกะเบิกตาโพลง แววตาที่เคยสุขไสวแปรเปลี่ยนเป็นเหม่อลอยไร้จุดหมาย ชายสวมเสื้อคลุมสีทอง ยกมือที่ใส่ถุงมือหนังสีดำไปตรงหน้าเรียวสุเกะ ไอสีขาวจางๆลอยละล่องออกจากดวงตากลมใสของเรียวสุเกะ ชายหนุ่มใบหน้าไร้ความรู้สึกกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อฝ่ามือซึมซาบได้ถึงกลิ่น อายแห่งความฝันอันหอมหวาน เขากระชากมือกลับ ร่างเล็กล้มลงนอนหมดสติบนพื้นถนน ชายหนุ่มก้มลงมองเสี้ยวหน้าหวาน

“ขอบคุณ สำหรับความฝันเหมือนเคยนะ เรียวสุเกะ” ชายหนุ่มสะบัดผ้าคลุมสีทองร่างสูงหายวับไปพร้อมกับลมที่สงบลง..



“อือ..”เรียวสุเกะร้องคราง ลืมตาสลึมสลือมองรอบกาย

เพดานสีดำ.. โคมไฟระย้าสีเหลืองนวล เครื่องเฟอร์นิเจอร์มีแต่สีดำ

“ตื่นแล้วหรอ”

“นาย
!”เรียวสุ เกะสะดุ้งเฮือกที่จู่ๆยูโตะก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ร่างสูงกระเถิบใบหน้าออกห่าง หยัดกายลุกขึ้นยืนก่อนจะโยนของบางอย่างลงบนผ้านวมที่คลุมร่างเรียวสุเกะอยู่

“กินซะ”

“อะไรน่ะ?”เรียวสุเกะมองแท่งกลมๆใสๆสีดำ หน้าตาไม่น่าไว้วางใจ

“กินซะ”

ไอ้บ้านี่พูดเป็นประโยคเดียวหรือยังไง เรียวสุเกะนึกอย่างคนไม่พอใจแต่ไม่สามารถทำอะไรได้

“...”เรียวสุเกะก้มลงมองแท่งดำๆในมือ มันกินได้แน่หรอ เขาจะตายมั้ย แล้วที่นี่มันที่ไหนกันล่ะ ตะกี้นี้เขาพึ่งออกจากซุปเปอร์มาเก็ตไม่ใช่หรอ เอ..

ภาพผู้ชายหน้าตาไร้ความรู้สึกสวมผ้าคลุม สีทองปรากฎชัดในมโนภาพความคิดของเรียวสุเกะ

“อย่านึกถึง”ยูโตะนั่งลงประชิดเรียวสุเกะ ที่หน้าตาเริ่มไร้สีเลือดเข้าไปทุกทีๆ

“แค่ก
~”เลือด จำนวนมากพุ่งพรวดออกมาจากปากเรียวสุเกะ กองเลือดเปรอะเปื้อนไปทั่วผ้านวมสีเทา ยูโตะยัดแท่งประหลาดใส่ปากเรียวสุเกะ

“แค่ กๆ”เรียวสุเกะไอถี่สำลักแท่งสีดำที่เริ่มละลายในปากอย่างรวดเร็ว กลิ่นคล้ายน้ำหมึกคละคลุ้งไปทั่วปาก เรียวสุเกะรู้สึกเวียนหัวยกกำลังสองจนอยากจะอ้วกออกมา แต่เพราะถูกมือหนาประกบปิดปากสายตาคมขู่บังคับให้กลืนลงไป

อึก
~

เขากล้ำกลืนฝืนทนกลืนก้อนประหลาดลงคออย่าง ยากลำบาก น้ำตาปริ่มขอบตา

ยูโตะกระชากผ้านวมเปื้อนเลือดออกจากตัว เรียวสุเกะ

พรึ่บ

ลูกไฟขนาดเล็กๆโผล่ออกมาจากมือของยูโตะ ไฟจากฝ่ามือลามไปทั่วผืนผ้านวมจนไฟลุกไหม้เป็นจุน เรียวสุเกะเบิกตาโพลงถอยร่นจนแผ่นหลังกระแทกขอบเตียง

“สวัสดี เรียวสุเกะ
^^”ผู้ชายสวมชุดอยู่บ้านธรรมดากระโดดปุ๊มายืนอยู่ตรงปลายเตียง เรียวสุเกะมองชายคนนั้นอย่างตื่นตระหนก

“ฉันเป็นเพื่อนยูโตะเองล่ะ ฉันเคย์โตะไง
^^V

คน อย่างยูโตะมีเพื่อนด้วยหรอ?..

“สงสัยใช่ไหมว่าทำไมถึงได้มาอยู่ที่ นี่”เคย์โตะนั่งลงข้างๆเรียวสุเกะ

“คำตอบแรกคือ นายถูกดูดความฝัน”

“ไอ้ชั่วนั่น
!”จู่ๆยูโตะก็ตะโกนเสียงดัง เรียวสุเกะสะดุ้งเฮือก คนยิ่งขวัญอ่อนอยู่ตะโกนมาได้ ตกใจหมด

“ใจเย็นก่อนสิ
^^”เคย์โตะยิ้มอย่างใจเย็นราวกับเข้าใจนิสัยของยูโตะดี

“ดูดความฝัน?”

“ใช่แล้ว
^^ ช่วงนี้นายอาจจะอ่อนเพลียนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไรหรอก ตะกี้กินเลือดของยูโตะแล้วใช่ไหม?”

“อย่า
!”ยูโตะร้อง ห้าม แต่ไม่ทันซะแล้ว เรียวสุเกะทำหน้าราวกับพึ่งกินเห็บหมาเข้าไปทันที

“ละ..เลือดยูโตะหรอ?”

บรรยากาศอันเงียบงัน เรียวสุเกะเหลียวหันไปมองยูโตะที่ยืนอยู่อีกฝั่งของห้อง

อี๋
~

“มีวิธีแก้อยู่ไม่กี่อย่าง แต่วิธีที่ดีที่สุดคือ ดื่มเลือดบริสุทธิ์ของปีศาจชั้นสูง”

“เอ๋?”

“ไม่กี่นาทีก็จะกลับไปเป็นปรกติ ยูโตะแทบเป็นบ้าตายแหนะ นายเล่นสลบไปตั้งสามวัน”

“หา? สามวัน
!” ปริศนามากมายที่เรียวสุเกะสงสัยผุดขึ้นเต็มสมองของเขาราวกับดอกเห็ด

“ใช่แล้ว..”เคย์โตะหันไปมองหน้ายูโตะที่ แผ่รังสีอัมหิตออกมา

“แต่..บ้านฉันล่ะ ครอบครัวฉันต้องเป็นห่วงแย่แน่”เรียวสุเกะลุกขึ้นจากเตียง

“นายยังไปไหนไม่ได้หรอก”เคย์โตะกันแขนไม่ ให้เรียวสุเกะเดินผ่านไป

“ทำไมล่ะ?”

“ที่นี่เป็นหอคอย ถ้านายจะลงไปมีทางเดียวคือกระโดดลงไป ความสูงก็ราวๆห้าร้อยเมตรได้มั้ง”เคย์โตะนับนิ้วตัวเอง
ประกอบ

“หา
! หอคอย? ห้าร้อยเมตรนี่นะ!”เรียวสุเกะเริ่มสติแตกเข้าไป ทุกทีๆ

“เอา ล่ะ นั่งลงแล้วฟังฉันพูดต่อ”เคย์โตะพูดอย่างใจเย็น เรียวสุเกะนั่งลงบนเตียงตามเดิมอย่างจำใจ

“ที่บ้านนาย ตอนนี้รู้เรื่องนายแล้ว”

“เอ๋?”

“ยูโตะบอกเคย์แล้วน่ะ หมายถึงทางกระแสจิตน่ะ”

“หา? เขารู้จักพี่ชายฉันได้ไง”

“ก็นั่นเป็นพี่ชายเขา”

“เห๊ะ
!!”  นี่มันต้องเป็นเรื่องไร้สาระที่สุดของเรื่องไร้สาระซ้อนทับเรื่องเหลือเชื่อ แหงๆ! พี่ชายเขาจะไปรู้จักปีศาจน่ากลัวอย่างยู
โตะ ได้ยังไง หรือว่า..แท้ที่จริงแล้วพี่ชายเขาเป็นปีศาจ
!

นี่มันอะไรกันเนี่ยยย
!!

ไม่อยากจะเชื่อเลย
!

“เลือด ของนายดึงดูดปีศาจมากพอควรเลยล่ะ กว่าฉันกับยูโตะจะตามหานายเจอ ตั้งหลายปี”

“เอ๋?”

“หยุด
!”ยูโตะดึง ร่างเคย์โตะออกห่างจากเรียวสุเกะ ดวงตาคมสบกับดวงตากลมใสที่มองมาที่เขาอย่างไร้เดียงสา

“โอ้วว อยากให้จำได้ไวๆก็บอกเค้าสิ
^^”เคย์โตะเดินหายไปด้านหลังผ้าม่านสีแดงกำมะหยี่

เหลือเพียงยูโตะและเรียวสุเกะสองคน ในห้องนอนที่เรียวสุเกะหวาดกลัวทุกลมหายใจ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟระย้าที่ห้อยต่องแต่งจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ ถ้วยน้ำชาเก่าคร่ำครึราวกับหลุดรอดมาจากสงครามโลก ประตูรูปร่างแปลกประหลาดที่ไม่มีด้ามจับ ทุกอย่างในห้องล้วนเป็นสีดำ ยกเว้นผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงเท่านั้น

“กลับกัน”

“หา? อะ..อื้อ”เรียวสุเกะลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถามมากมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่กล้าพอที่จะถามยูโตะ ถ้าจะให้ถามยูโตะสู้เขาสงสัยแบบนี้ไปตลอดเลยจะดีกว่า

“ขึ้นไป”ยูโตะชี้ไปที่บนเตียง เรียวสุเกะทำหน้าเหร๋อหรา แต่ก็ขึ้นไปยืนบนเตียงแต่โดยดี อาการปวดหัวเริ่มจางหายไป

ฟุ่บ
~

เรียวสุเกะถูกอุ้มลอยหวือ ท่อนแขนแข็งแรงข้างซ้ายสัมผัสกับเนื้อนิ่มใต้รักแร้ ท่อนแขนข้างขวาช้อนใต้ขาพับ

เรียวสุเกะสะดุ้งตกใจหลับตาปี๋กอดคอยูโตะ แน่น กว่าจะเรียกสติตัวเองกลับมาได้ก็ช้าเกินไปเสียแล้ว

เรียวสุเกะได้ยินลมหายใจขึ้นลงเป็นจังหวะ สม่ำเสมอของยูโตะ เขาไม่กล้าแม้แต่จะเปล่งเสียงคัดค้านออกไปสักแอะ จนกระทั่งยูโตะอุ้มมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าต่างทรงไข่ มองออกไปท้องฟ้ามืดครึ้มฝน มองเห็นแต่ป่าดกรกร้าง เสียงนกดังมาจากในป่า

“เอ่อคือ..”เรียวสุเกะกลั้นใจพูดขึ้น ยูโตะหยุดเดิน สายตาคมก้มลงมองดวงตากลมใสที่ฉายแววหวาดกลัวราวกับลูกนกน้อย

“คะ..คือ ไม่มีอะไร” เรียวสุเกะหลบสายตายูโตะอย่างว่องไว ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ทั้งตื่นเต้นทั้งหวาดกลัวผสมปนเปกัน

ร่างสูงก้าวขึ้นไปยืนบนขอบหน้าต่าง ส่วนสูงของเขาพอดีกับหน้าตาทรงไข่ เรียวสุเกะเหลือบลงไปด้านล่าง เหมือนเหวไม่มี
ผิด มืดมิดและน่ากลัว

ยังไม่ทันที่เรียวสุเกะจะได้ทำใจ ยูโตะกระโดดดิ่งลงไปด้านล่าง เรียวสุเกะแหกปากร้องกอดคอยูโตะแน่น กลัวจนตัวสั่นระริก สายลมเย็นเสียดแทงผิวกายอุ่น กิ่งไม้ ใบไม้ลอยละลิ่วฉิวผ่านผิวเนื้อ ปีกคู่สีดำดกเงาแผ่กว้างใหญ่กว่าขนาดตัวสองเท่า เมื่อลงสู่ที่ต่ำปีกคู่ใหญ่หดเล็กลงลู่ลมก่อนจะกระพือขยายปีกออกกว้างกว่า เดิมเป็นเท่าตัวโผขึ้นบินสู่เวหาท้องฟ้าที่กว้างใหญ่





Next part please wait..






มาต่อแล้ว น้า ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้หลายๆคนรอT^T หายไปหลายวันเหมือนกันนะนี่T T ตอนนี้หวังว่าจะยาวขึ้นน้า ขอบคุณทุกๆความเห็นที่มีให้ฟิคชั่นเรื่องนี้ค่ะ ขอบคุณมากๆเลยค่า^____________^ ถึงตอนนี้แล้วอาจจะงงกับเนื้อหาบ้าง แต่ต่อๆไปก็จะเข้าใจเองค่ะ^^
เกริ่นเนื้อเรื่องตอนหน้าสักหน่อย ยูยะมีความเกี่ยวข้องกับเรียวสุเกะในอดีต ความทรงจำในอดีตที่เรียวสุเกะอยากจะลืมหวนกลับมาอีกครั้ง พร้อมความเจ็บปวดราวกับตายทั้งเป็น ยูยะเป็นหนึ่งในบุคคลที่ยูโตะอยากฆ่ามากที่สุด เรื่องในอดีตที่หลอกหลอนยูโตะมาตลอดหลายร้อยปี พลังของยูยะจะกลับมา  พร้อมกับความทรงจำที่ราชาปีศาจปิดผนึกเอาไว้ เพราะ ยูริเรียกพลังเหล่านั้นกลับมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย มนต์ของยูโตะสลายหายไปพร้อมกับหัวใจดวงเก่าของยูยะ และเมื่อยูยะกลับคืนมาเป็นคนเดิม.. สงครามระหว่างปีศาจจึงกำเนิดขึ้น



 

۞ [ Fic HSJ ] รักต่างสายพันธุ์ ۞- - - - - 7 - - - - -

- - - - - 7 - - - - -


“เล่นงานซะขนาดนั้น เดี๋ยวมันก็ตายจริงๆหรอก”

“มันสมควรตาย”ยูโตะเข่นเขี้ยวขบกรามแน่นจน คางเป็นสันนูน หากเคย์ผู้เป็นพี่ชายมาห้ามไว้ไม่ทัน เขาอาจจะฆ่าฮิคารุจริงๆ

“อย่า พึ่งบุ่มบ่ามสิ ถ้ามันตายขึ้นมาจริงๆ เรียวสุเกะไม่ปลอดภัยแน่”

“ผมรู้”

“ฉันจะพาเรียวสุเกะกลับไปที่บ้าน ก่อน”

“อืม”ยู โตะมองพี่ชายอุ้มร่างเล็กที่นอนสลบสไล ดวงตาคู่คมเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

“ไปล่ะ”เคย์กระโดดขึ้นชั้นบนสุด ของตึก เรียวสุเกะครางฮือสลึมสลือไม่ได้สติภายใต้อ้อมกอดของผู้เป็นพี่ชายแต่เพียง ในนาม

เคย์ กระโดดขึ้นหลังคาบ้าน เลื่อนบานหน้าต่างบานเล็กลงช้าๆ ร่างสูงในคราบชุดเสื้อคลุมแปลกตาวางร่างเล็กที่หลับใหลไม่ได้สติลงบนเตียง หนานุ่มอย่างนิ่มนวล เคย์เดินลงมาชั้นล่างของบ้าน พ่อกับแม่นั่งค้างอยู่ในท่ากำลังยิ้มแย้ม

เป๊าะ
!

เสียงดีดนิ้วดังขึ้น ทั้งสองขยับตัวเคลื่อนไหวต่อราวกับถูกสตอปไว้ชั่วคราว เคย์ยิ้มนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพ่อแม่

“เรียวสุเกะล่ะจ้ะ?”คุณแม่เอ่ยถามขึ้น

“หลับไปแล้วน่ะครับ เห็นบอกว่ารู้สึกไม่สบาย”

“เอ๋? เรียวสุเกะก็หายดีแล้วนี่นา”

ยัยแก่จะถามจู้จี้มากเกินไปแล้ว เคย์คิด แม้ในความคิดเขาจะด่าพ่อแม่เทียมตรงหน้าแรงเพียงใด ทว่าใบหน้ากลับแย้มยิ้มได้ราวกับไม่ได้คิดอะไร

สงสัยหลังจากจบเรื่องวุ่นๆนี่คง ต้องลบความจำปล่อยให้เป็นบ้าตายไปดีกว่ามั้ง

“งั้นไม่เป็นไร
^^ ทานก่อนเลย นี่กับข้าวฝีมือแม่เอง”คุณแม่ยิ้มกว้าง พร้อมกับดันอาหารหน้าตาน่าทานให้เคย์

“ว้าว
! แม่นี่ทำอาหารน่าทานเหมือนเดิมเลยน้า^-^

“ลองชิมดูสิจ้ะ”คุณแม่ยื่นตะเกียบ ให้เคย์ เคย์ใช้ตะเกียบคีบกุ้งอบเนยขึ้นมากัด แม้ว่าเขาจะไม่ได้กลิ่นรสชาติ แต่ก็ยังยิ้มบอกว่าอร่อย และทานมันจนหมด

เขาเป็นแวมไพร์ ของพวกนี้ทานเข้าไปได้ไม่นานร่างกายก็จะต่อต้าน หลังจากนี้อีกไม่กี่ชั่วโมงเขาก็จะอาเจียนออกมาเหมือนทุกๆครั้งที่ได้ทาน อาหารมนุษย์

ถ้า ไม่ใช่เพื่อคนรักของน้องชาย เขาไม่มีทางมาทำเรื่องแบบนี้หรอก ถึงแม้เขาจะสนิทกับเรียวสุเกะพอสมควร แต่ให้มาทำเรื่องอันตรายแบบนี้เขาก็ไม่ค่อยอยากจะเข้ามายุ่งเท่าไหร่นัก ถ้าไม่ใช่คำขอร้องของท่านพ่อ เขาคงไม่มีทางทำอะไรแบบนี้หรอก แต่ถ้าจะปล่อยให้คนไร้เดียงสาอย่างเรียวสุเกะไว้ คงไม่พ้นจากพวกปีศาจตนอื่นๆแน่ๆ


เรียวสุเกะตื่นขึ้นในเช้าของอีกวัน การที่ได้นอนพักมาร่วมหลานชั่วโมงมันทำให้หัวสมองเขารู้สึกปลอดโปร่ง

ฆ่าใบหน้าเหี้ยมโหดของยูโตะฉายแว้บในความคิด ใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกของยูโตะมันทำให้เรียวสุเกะรู้สึกหวาดกลัว
เป็น เท่าตัว

เรียวสุเกะว่าที่สุดที่รักของแกจำแกไม่ได้ ทรมานเจียนตายเลยสินะ เสียงของฮิคารุก้องดังในหัว สติลานเลือนตอนนั้นมันทำให้เรียวสุเกะไม่มั่นใจว่าตัวเองได้ยินผิดเพี้ยนไป หรือเปล่า ปริศนาเรื่องราวเหลือเชื่อเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เรียวสุเกะนึกอยากให้เป็นความ ฝันเสียจริงๆ

เรียว สุเกะมาถึงโรงเรียนเช้ากว่าทุกวัน ยูรินั่งอยู่ในห้องเรียนก่อนเขาแล้ว ยูริยิ้มเจื่อนๆให้เรียวสุเกะที่พึ่งเข้ามาในห้อง

“เอ่อ นาย..”เรียวสุเกะกลืนน้ำลายดังเอื้อก เมื่อนึกถึงคำพูดที่ยูริพูดกับผู้ชายท่าทางน่ากลัวเมื่อคืนนี้

“ริวทาโร่น่ะ เขาเป็นพวกนักรบ”

“นักรบ?”

“อื้ม”ยูริหันมาสบตากับเรียวสุเกะ

“ยังไงก็ช่วยเก็บเรื่องที่ฉัน รู้จักกับคนพวกนี้เป็นความลับได้มั้ย?”

“อ่า..อื้อได้สิ”

“ฉันเชื่อใจนายนะ”

“อื้ม”

“พวกนั้นไม่ใช่มนุษย์หรอก นายเองก็ไม่ใช่”

“เอ๋
!?”

“ริ วทาโร่บอกฉันเมื่อคืนนี้น่ะ”

“ฉันเป็นอะไรหรอ?”

เรียวสุเกะรู้สึกเย็นวาบไปทั่ว ทั้งแผ่นหลัง ร่างเล็กหันไปมองทางประตู ยูโตะเดินเข้ามาในห้อง ดวงตาคมสบมองร่างเล็กไม่ยอมถอนสายตา จนเรียวสุเกะต้องเบือนสายตาหนีแทน

ยูโตะนั่งลงที่ของตัวเอง เรียวสุเกะยังคงสะพายกระเป๋านักเรียนยืนอยู่ตรงโต๊ะยูริ

จะถามอะไร? เสียงความคิดของยูโตะดังก้องขึ้น เรียวสุเกะสะดุ้งตาโต

“ฮึ”ยูโตะพ่นลมหายใจแรงๆ

“เอ่อ คือยูโตะ จะ..จริงๆแล้ว ฉัน..”

“...”

“เอ่อ..ไม่มีอะไร”เรียวสุเกะหัน หน้าหนีทันทีที่ดวงตาคมจ้องเขาเขม็ง

โกหก

“ฉันไม่ได้โกหกนะ”เรียวสุเกะตะโกน เสียงดัง

“อ่าน ใจ?”ยูโตะลุกขึ้นยืน เดินเข้าประชิดหาร่างเล็กที่ก้าวถอยหลังชนกระดานดำ

“ฉะ..ฉัน”ดวงตากลมใสหลุบหนีสายตา น่ากลัว

“...”

“ฉันเคยเป็นคนรักนายมาก่อน หรอ”เรียวสุเกะกระซิบเสียงแผ่ว ตัวสั่นระริกนึกงงในความกล้าของตัวเองที่ถามออกไปแบบนั้น

แววตาคมวูบไวอย่างที่เรียวสุเกะ ไม่เคยเห็นมาก่อน สีหน้าที่ดูโอนอ่อนลงนั้นเรียวสุเกะรู้สึกได้เลยว่า คนตรงหน้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เขาคิด

ใช่

เสียงความคิดของยูโตะดังขึ้น เรียวสุเกะสะดุ้งตกใจ

“ล้อเล่นน่า ฉันไม่เคยรู้จักนายมาก่อนนะ”เรียวสุเกะพูดกลั้วหัวเราะ เรื่องแบบนี้เขาไม่มีทางเชื่อหรอก

“เคย”เสียงทุ้มแฝงไปด้วยความเจ็บปวด

“แต่ว่า..”

นายจำฉันไม่ได้จริงๆหรอ เรียวจัง

“ระ..เรียว จัง?” เรียวสุเกะแปลกใจที่ยูโตะเรียกชื่อเค้าราวกับเคยสนิทกันมาก่อน

“คอนบังวะ
!”ครูแก้มแตกโผล่มาตรงกลางระหว่างเรียวสุเกะและยูโตะ เรียวสุเกะสะดุ้งตกใจจนล้มลงไปนั่งแปะบนพื้น ตรง
กันข้ามกับยูโตะที่ล้วง กระเป๋าเงยหน้ามองครูแก้มแตกด้วยสีหน้าเฉยเมยติดจะเย็นชาด้วยซ้ำ

“สวัสดี ปีศาจทั้งสอง อ๊ะ
! และมนุษย์อีกหนึ่ง^^”ครูแก้มแตกหันไป ยิ้มกว้างให้ยูริที่มองมาทางด้านหน้าห้องด้วยสายตาตกตะลึง ดูจากสายตาก็ตัดสินได้เลยว่าพึ่งเคยเห็นคนหายตัวเป็นครั้งแรก

“น่าสงสารจังเลยน้า”ครูแก้มแตก เดินวนรอบตัวยูโตะ พูดจาน้ำเสียงยั่วเย้าตั้งใจจะทำให้ยูโตะโมโห

“...”

“คนรักจำไม่ได้แบบนี้
^^

“หุบ ปาก
!

“อ๊ะๆ พูดจาหยาบคายแบบนี้กับอาจารย์หรือนี่
^^”ครูแก้มแตกยิ้ม กว้างเมื่อเห็นท่าทีโกรธเกรี้ยวของยูโตะ เป็นเหมือนแต่ก่อน
ไม่มีผิด จุดอ่อนของยูโตะมีเพียงอย่างเดียวคือ
ยามะดะ เรียวสุเกะ

“ตาย
!”ยูโตะพุ่งเข้าไปผลักร่างครูแก้มแตกกระเด็นกระแทกโต๊ะเรียน ยูริวิ่งเข้ามาดึงตัวเรียวสุเกะออกห่าง ประสบการณ์ของ
มนุษย์ธรรมดาๆ อย่างเขาที่ถูกปีศาจหลงรักมันสอนให้เขาระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

ฟุบ
~!

ครูแก้มแตกโผล่มายืนด้านหลังของ เรียวสุเกะ ใช้ท่อนแขนล็อคคอเรียวสุเกะจนตัวลอยหวือ

“อั่ก”เรียวสุเกะถีบเท้าทั้งสอง ข้างที่ลอยเหนือพื้นอย่างไร้หนทาง มือเล็กๆทั้งสองพยายามดึงท่อนแขนแข็งแรงออก

“แก
!”ยูโตะคำรามอย่าง โกรธจัด บรรยากาศโดยรอบเย็นยะเยือก

“แฮ่กๆ”

“อย่านะ
!”ยูริวิ่ง เข้ามาหวังจะผลักร่างครูแก้มแตกเพื่อหวังจะช่วยเรียวสุเกะ แต่ยังไม่ทันถึงร่างครูแก้มแตก ร่างบางก็กระเด็นหวือล้มลงหัวกระแทกขอบประตูห้องเรียน

“ยะ..”เรียวสุเกะจิกปลายเล็บลงบน ท่อนแขนครูแก้มแตก

“ถ้าเข้ามา ฉันจะลบความทรงจำแน่”ครูแก้มแตกขู่ยูโตะ และมันก็ได้ผล

ยู โตะหยุดยืนอยู่กับที่ หายใจหอบขึ้นลงราวกับข่มอารมณ์โกรธ

“ปล่อย”ยูโตะคำรามสั่งครูแก้มแตก

“เอ๋? ว่าไงนะ?”ครูแก้มแตกส่งเสียงกวนประสาท

“ปล่อย
!

“คุกเข่าขอฉันสิ”ครูแก้มแตกออกคำ สั่ง

“อั่ก”เรียว สุเกะรู้สึกชาที่ใบหน้า ในขณะที่ใกล้หมดอากาศหายใจเข้าไปทุกทีๆ

กึ่ก..

ยูโตะทรุดลงคุกเข่าบนพื้นต่อหน้า ครูแก้มแตกที่หัวเราะเยาะเย้ยอย่างบ้าคลั่ง

“ฮ่าๆๆ นี่หรือลูกชายเจ้าแห่งปีศาจ ฮ่าๆๆ” ครูแก้มแตกยังไม่ปล่อยร่างเรียวสุเกะ

ปึ่ก
!

ร่างของยูโตะตีลังกาล้มลงบนพื้น เพราะครูแก้มแตกเตะเข้าที่ใบหน้าเต็มแรง

หวืด
!

ร่างของยูโตะลอยขึ้นกลางอากาศ

“อ๊ากก”ยูโตะคดตัวคำรามร้องด้วย ความเจ็บปวดราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบร่างให้แหลกสลาย

“ฆ่าฉันสิ ยูโตะ”ครูแก้มแตกเปล่งเสียงเย้ยหยัน

“แค่มนต์เบาะๆแค่นี้ทำอะไรแกไม่ได้อยู่ แล้วนี่ สู้ฉันสิ หึ”

“อ๊ากก”

“น่าสมเพช”ครูแก้มแตกเหวี่ยงข้อมือร่างของยูโตะกระแทกเข้ากับ บอร์ดหลังห้อง กระดาษที่แปะไว้จำนวนหนึ่งร่วงหล่นเต็มพื้น
ห้อง ร่างสูงนอนหอบหายใจอยู่ที่พื้นห้อง ครูแก้มแตกย่างสามขุมเข้าไปหายยูโตะ

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ
!!”เรียวสุเกะตะโกนเฮือกสุดท้าย เสียงไฟฟ้าสถิตดังขึ้น ร่างของครูแก้มแตกกระตุกนอนชักอยู่ที่พื้นราวกับถูกช็อตด้วยไฟฟ้า

“แฮ่ก”ทันทีที่เรียวสุเกะ ร่างเล็กล้มลงกอบโกยอากาศหายใจ

เรียวสุเกะมองลอดผ่านขาโต๊ะเก้าอี้ ร่างของยูโตะนอนราบอยู่หลังห้อง เรียวสุเกะค่อยๆลุกขึ้นยืนเดินไปหายูโตะช้าๆ

“เรียวสุเกะ อย่าเข้าไปนะ
!”ยูริวิ่งเข้ามาห้าม แต่ไม่ทันเสียแล้ว

ยูโตะกระชากดึงร่างเรียวสุเกะกดลง บนพื้น เลือดที่เปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งตัวหยดลงบนตัวเรียวสุเกะ

“อา..”นัยน์ตาสีดำนิลแปรเปลี่ยน เป็นสีแดงก่ำราวกับสีเลือด



อื้ม เรียวจัง ภาพร่างเปล่าเปลือยของยูโตะแว้บขึ้นในหัวของเรียวสุเกะ

ฉันรักยูโตะนะ เรียวสุเกะมองเห็นมือของตัวเองโอบรอบคอยูโตะ ก่อนที่ใบหน้าของยูโตะจะขยับเข้ามาใกล้และมอบจูบให้แก่กัน



ฉึ่ก
!

เลือดสีแดงเข้มไหลกระฉูดออกมาจากลำคอของเรียวสุเกะราวกับก๊อก แตก มือทั้งสองข้างของยูโตะกลายเป็นสีดำ เล็บสีเงินงอกยาว แววตาวาวโรจน์แข็งกร้าว

“ยูโตะ”เรียวสุเกะเรียกชื่อยูโตะด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ชาหนึบที่ลำคอ เลือดที่ออกมาจำนวนมากเพราะขนาดรอยที่กว้างใหญ่ ถ้าไม่หยุดห้ามเลือด เรียวสุเกะอาจจะช็อคตายเพราะเลือดหมดตัว

ยูริยืนนิ่งมองมองภาพตรงหน้า ดวงตาเบิกโพลง

เรื่อง ชักจะไปกันใหญ่แล้ว
! ภาวนาเถอะอย่าให้มีคนมาเห็นภาพน่าหวาดเสียวตรงหน้าเลย

“ยูริ
! ทำไมวันนี้มาเช้าล่ะ!^O^”มิราอิโบกมือ ทักทายยูริอย่างร่าเริง แต่สีหน้าที่ร้อนรนของคนตรงหน้าชัดเจนจนมิราอิรู้สึกแปลกใจ

“มีอะไรรึเปล่า?”

“มะ..ไม่มีอะไร
!”ยูริรีบปฏิเสธ ดึงร่างบางออกห่างประตูห้อง

“ต้องมีแน่ๆ อย่ามาโกหกกันนะ
!”มิราอิสะบัดการเกาะกุมของยูริ วิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องเรียน

ยูโตะโน้มตัวลงใช้ลิ้นเลียที่ผิว เนื้อตรงลำคอของเรียวสุเกะที่หมดสติไปแล้ว คราบเลือดเปรอะไปทั่วบริเวณ

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
!!”มิราอิเข้าไปผลักร่างของยูโตะ

“นายทำอะไรเรียวสุเกะ
!

“ขอ โทษ”ยูโตะลุกขึ้นยืนเดินออกไปจากห้อง


ว้าว! อร่อยมากเลย!^^’

ใช่ม้า? ฝีมือระดับนี้แค่นี้จิ๊บๆ

เรียวจังนี่บ้ายอจังเลยนะ

อะไรกันเล่า! หรือว่ายูโตะพูดโกหกฮะ!?

อื้มมม..เมื่อกี้ฉันพูด อะไรไปหรอ?

ยูโตะอ้ะ!’


ยูโตะเอนตัวลงนอนบนพื้นซีเมนต์บนดาดฟ้าของโรงเรียน เขาเกือบทำเรื่องต้องห้ามไปแล้ว ถ้าเขาหักห้ามตัวเองไม่ทัน เขาอาจจะฆ่าเรียวสุเกะก็เป็นได้

ความทรงจำในอดีตไม่ว่าจะนึกถึงทีไรยูโตะก็ เจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึง

เรื่องมันเป็นแบบนี้ ก็เพราะเค้า เค้าเป็นคนทำให้เรียวสุเกะกลายเป็นปีศาจ

ปีศาจเลวๆอย่างเขา สมควรแล้วล่ะที่จะพบเจอกับชีวิตขมขื่นแบบนี้

แบร้~!’ ดวงหน้าหวานปลิ้นหน้าปลิ้นตาทำหน้าน่าเกลียดๆใส่ร่างสูงที่นั่งตีหน้า เข้มอยู่ตรงหน้า

น่ารำคาญน่า!’

ยูโตะไม่เบื่อหรือไง นั่งเก๊กทั้งวันไม่เมื่อยหน้ามั่งหรอ ไหนลองแลบลิ้นหน่อยซิ ^V^’

...-V-‘

ฮ่าๆ ตลกชะมัด ดวงตากลมโตโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้มสดใส


ฉันคิดถึงนาย...เรียวจัง




Next part please wait..