- - - - - 9 - - - - -
“อ๊ากกก”เรียวสุเกะซุกหน้าลงบนเสื้อ คลุมของยูโตะ ลมหนาวเย็นพัดกระโหมจนเรียวสุเกะหายใจไม่ออก
‘ยังกลัวความสูงเหมือนเดิมเลยนะ’
เสียงความคิดของยูโตะดังขึ้น เรียวสุเกะเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าของยูโตะก่อนจะมองลงไปข้างล่างที่เห็นเพียง ป่ารกทึบดกเขียวจนไม่เห็นพื้นดิน ก้อนเมฆน้อยใหญ่ลอยผ่านสายตาเขา ราวกับในความฝัน..
เรียวสุเกะเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น อ้อมแขนเล็กคลายออกช้าๆพร้อมกับสีหน้าที่โอนอ่อนมากยิ่งขึ้น
“นายเป็นปีศาจแบบไหนหรอ”เป็นครั้งแรกที่เรียวสุเกะถามยูโตะ
“แวมไพร์ครึ่งนก”เสียงทุ้มตอบกลับ เรียวสุเกะเห็นท่าทียูโตะไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ปากเล็กๆจึงเจื้อยแจ้วถามต่อในสิ่งที่ตัวเองสงสัย
“ทำไมฉันถึงถูกดูดความฝันล่ะ? ฉันเห็นด้วยนะผู้ชายสวมผ้าคลุมสีทอง”
“...”ยูโตะเงียบไม่ตอบกลับมา เรียวสุเกะปิดปากเงียบนึกกล่าวโทษตัวเองที่ถามออกไปแบบนั้น
“ขอโทษ..”เรียวสุเกะก้มหน้าปิดปาก เงียบ ยูโตะเห็นท่าทีหงอยๆแบบนั้นแล้วเขาตระหนักได้ว่าตัวเองควรจะโต้ตอบอะไรกลับ ไปบ้าง อย่างน้อยก็สร้างความสัมพันธ์กันไว้อย่างที่เคย์โตะพร่ำบอกเค้าอยู่ทุกเมื่อ เชื่อวัน
“เรียก ว่าดูดพลังชีวิตจะดีกว่า ถึงแม้จะเป็นความฝัน แต่มันก็ทำให้สูญเสียพลังไปมาก ปีศาจพวกนี้จะอาศัยพลังจากวิญญาณของคนอื่นเพื่อยังชีพตัวเองให้อยู่รอด มันชื่อ ยาบุ พวกปีศาจชั้นต่ำ ที่หากินบนโลกมนุษย์”
“OoO”เรียวสุ เกะช็อคตาค้างที่ได้ยินประโยคยืดยาว ในใจนึกว่าตัวเองคงฝันกลางวันหรือไม่ก็คงสติแตกไปแล้วแน่ๆ คนเงียบระดับเทพอย่างยูโตะนี่นะ จะพูดอะไรยาวๆเป็นกับเขาด้วย!
“อะไร?”ยู โตะเห็นหน้าตกตะลึงของเรียวสุเกะอดนึกไปถึงใบหน้าช็อคสุดขีดของพวกผู้หญิง ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศสายสะพาย สวมมงกุฎเพชรตามโทรทัศน์ที่เขาเคยดูผ่านๆตา
“เอ่อ..ไม่มีอะไรๆ”เรียวสุเกะส่ายหน้า ถี่ยิบจนผมกระจาย
ทางด้านโรงเรียนมัธยมโฮชิ
มิราอิวิ่งหน้าตาแตกตื่นเหงื่อแตก พลั่กเข้ามาในห้องเรียน เธอสายคาบแรกไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว สาเหตไม่ได้มาจากตื่นสายแต่เพราะดูข่าวเพลินเกี่ยวกับพวกนกชนิดใหม่ที่พบใน ประเทศญี่ปุ่นเพลินไปหน่อย
ความจริงแล้วนั่นมันเหมือนคนบินมากกว่านกอีกนะ มิราอิคิดระหว่างหยิบกล่องดินสอสมุดจดบันทึกออกมาจากกระเป๋านักเรียน ยูริที่นั่งอยู่ข้างๆวันนี้ดูจะเหม่อลอยเป็นพิเศษ
“ฉันมาสายนะ ไม่ถามเหตุผลหน่อยหรอ?”มิราอิรู้สึกแปลกใจมาก ที่วันนี้ยูริไม่ประชดเธอว่าเป็นยัยเพิ้งตื่นสายเพราะนาฬิกาปลุกที่บ้านเสีย เหมือนอย่างเคย
“นี่ มิราอิ”จู่ๆยูริก็หันมาเรียกมิราอิ ใบหน้าน่ารักฉายแววเคร่งเครียดจริงจังกว่าทุกๆครั้ง จนมิราอิอดรู้สึกจริงจังตามไปด้วยไม่ได้
“หือ?”
“คือ สมมตินะ ถ้าฉันเกิดรู้สึกชอบคนคนนึงขึ้นมาน่ะ”
“อ่าฮะ”
“แล้วคนคนนั้นเป็นคนที่ฉันเกลียดม๊ากมาก แต่พึ่งมารู้ตัวว่าชอบเค้าม๊ากมากนี่ฉันควรจะทำยังไงดี”
“หา? หมายความว่ายังไงหรอ”
“ก็สมมตินะ คนคนนั้นเนี่ยฉันทำไม่ดีกับเค้าไว้เยอะแยะ แต่เค้าก็ยังชอบฉันเหมือนเดิม จนวันนึงฉันเพิ่งรู้ว่าฉันชอบเค้านี่ฉันควรจะทำยังไงดี”
มันไม่ใช่เรื่องสมมติขึ้นมาหรอก มิราอิคิด ก็ในเมื่อยูริทำหน้าจริงจังซะขนาดนี้ ต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างแน่นอน เจ้านี่ไปตกหลุมรักใครเข้าล่ะเนี่ย
“ก็สารภาพรักสิ ไม่เห็นยากเลย ถ้าเค้ายังชอบนายอยู่ การสารภาพรักครั้งนี้ก็ผ่านฉลุย!”
“ตะ..แต่ ฉันทำไม่ดีกับเค้าม๊ากมากเลยนะ”ยูริพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ในขณะที่มือเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขแคะนู่นแคะนี่จับนู่นจับนี่ไปหมด
“ใครกันล่ะ?”มิราอิกระซิบถามยูริ ดวงหน้าหวานถอยร่นหนีส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่บอกหรอก”
“เออนะ จำไว้”มิราอิเขยิบหน้าออกห่าง ในขณะที่ดวงตาโตกวาดสแกนมองไปทั่วทั้งห้องเรียน ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่ผู้ชายผมทองที่กำลังนั่งกัดเล็บอยู่หลังห้อง
“หรือว่า..”
“มะ..ไม่ใช่ยูยะนะ!!”ยูริตะโกนโพล่งออกมาอย่างลืมตัว มิราอิหัวเราะคิกคักชอบใจที่ยังไม่ทันได้ถามเจ้าตัวก็ขย้อนความลับออกมาเสีย เอง
ยู ริเหลือบมองไปทางยูยะที่เงยหน้ามองมาทางเขา เขารีบหันหน้าหนีทันที
“ยูริจังเรียกฉันหรอ ^O^”ยูยะกระโดดมายืนอยู่หน้าโต๊ะเรียนของยูริ ร่างเล็กสะดุ้งวาบหันไปมองมิราอิอย่างคาดโทษทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนหลุดปากพูด ออกมาแท้ๆ
“นี่ ยูริจัง?”ยูยะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ยูริหันหน้าหนีอย่างรวดเร็ว แก้มใสเริ่มแดงแจ๋ ดวงตาเรียวพยายามมองค้อน
“ทำไม!”
“เรียกฉันหรออ?”ยูยะลากเสียงยาวๆไม่พอ เขยิบหน้าเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมอีก
“เปล่า!”ยูริค้านเสียง แข็งติดตะโกน ยูยะเขยิบหน้าออกห่าง
“อ้าว ก็นึกว่าเรียก”เขายิ้มอย่างอารมณ์ดี พลางกระโดดร้องเพลงกลับไปนั่งที่ตัวเองเหมือนเดิม เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เรียวสุเกะเดินเข้ามาในห้องเรียน
“เรียวสุเกะ!”มิราอิวิ่งไปหาเรียวสุเกะและทำสายตาไม่ไว้วางใจใส่ยูโตะเหมือน อย่างเคย
คาบเรียนแรกเริ่มขึ้น.. ถ้าเป็นเวลาปรกติยูริคงเผลอแอบงีบหลับเพราะเป็นวิชาที่เขาชอบน้อยที่สุด แต่วันนี้เขาตั้งใจเรียนมากเป็นพิเศษจนมิราอิตกใจ เขาตอบทุกคำถามของอาจารย์ เปลี่ยนไปจนเพื่อนในห้องงุนงง สาเหตุที่เขาทำแบบนี้เพราะไม่อยากคิดถึงยูยะ ที่ตอนนี้กำลังปรบมือเหมือนลิงตีฉาบอยู่หลังห้อง
“ยูริจังง”ยูยะโผล่เสนอหน้าเรียกยูริเสียงดังหลังจากที่เขาทาน ข้าวไปได้หนึ่งคำ
“ยูริจังนี่เก๊งเก่ง~ วันหลังสอนฉัน มั่งสิ”ยูยะเห็นท่าทีนิ่งเงียบผิดปรกติของยูริก็ยิ่งได้ใจอ้อนยูริอย่างสนุก สนาน
“ฉัน ไปหาเรียวสุเกะนะ”มิราอิลุกจากโต๊ะหอบเบนโตะวิ่งไปที่โต๊ะของเรียวสุเกะ อย่างรวดเร็วทิ้งให้ยูริมองตามหลังอ้าปากพะงาบๆเพราะเรียกรั้งไว้ไม่ทัน
ยูยะนั่งลงบนเก้าอี้ของมิราอิทันที หลังจากที่เจ้าของโต๊ะลุกออกไปเมื่อครู่ ยูริมือเย็นคีบเนื้อเข้าปากนั่งเงียบเชียบไม่พูดไม่จา หากเป็นเวลาปรกติคงแว้ดๆไล่ยูยะเปิดเปิงไปแล้ว
“ฮู้วววว~! น่ากินจังเลย แต่เจ้าของน่าอร่อยกว่า”
“...”
“นี่ เป็นอะไรหรือเปล่า”ยูยะรู้สึกได้ถึงอาการแปลกๆของอีกฝ่าย
“เปล่า”
“ฉันกวนหรอ”ยูยะพูดราวกับไม่รู้ตัว
“เปล่า”ยูริก้มหน้าก้มตาดื่มชา จากกระติกน้ำจนหมด
“ยูริจางงง~”ยูยะวางตะเกียบลงบนเบนโตะของ ตัวเอง นอนแนบหน้าลงบนโต๊ะของยูริ เขาจ้องมองยูริที่เอาแต่หลบหน้าหลบตา
ยูริหยิบฝากระติกน้ำลงหมุนปิด สูดหายใจเข้าเฮือกๆเรียกกำลังใจ
“นี่”
“หือ?”
“ตอนเย็นว่างมั้ย?”
“หือ? ว่างสิ ทำไมหรอ”
“ฉันมีอะไรจะคุยด้วยน่ะ”
“นี่เรียวสุเกะ!”มิราอิวิ่งอ้อมโต๊ะด้านหน้ากระดานดำมาหาเรียวสุเกะที่กำลังนั่ง จ้องกล่องข้าวเบนโตะของตัวเอง
“หา!?”เรียวสุเกะ สะดุ้งตกใจจนเกือบปล่อยตะเกียบหล่นลงบนโต๊ะ
“ยูริ ยูริ!”มิราอิ เรียกชื่อยูริด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“หา?”เรียวสุเกะยังคงงงต่อไป มิราอิวางกล่องเบนโตะลงบนโต๊ะจูงมือเรียวสุเกะออกไปข้างนอกห้อง
“วันนี้เจ้านั่นต้องไปสารภาพรักกับยู ยะแน่ๆ”
“อ๋อ” เรื่องนี้นี่เอง
“เห๊ะ!? นายรู้มาก่อนหรอ?”
“เปล่าๆ ฉันแค่พูดไปเรื่อยๆน่ะ”เรียวสุเกะยิ้มเจื่อนๆ ก็เมื่อเช้านี้เขาเผลอไปอ่านใจยูริเข้าน่ะสิ..
ความสามารถพิเศษแบบนี้ก็เกิดขึ้น ตั้งแต่ว่าที่ยูโตะมาหาเขาที่บ้านครั้งนั้น เรียวสุเกะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลย ไม่ว่าเขาจะเดินผ่านใครก็จะได้ยินความคิดของคนคนนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยที่เกิดเรื่องแบบนี้กับตัวเขา มันเหมือนกับการอ่านใจมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี เหมือนกับล่วงรู้ถึงความลับในจิตใจของคนคนนั้นซึ่งไม่อยากให้ใครรู้ หากเป็นเขาถ้ามีคนรู้ถึงความคิดเขาทุกอย่าง เขาคงหวาดระแวงตลอดเวลา
แต่ก่อนเขาสามารถควบคุมตัวเองเป็น ปรกติได้ แต่พักหลังมานี้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย
“เรียวสุเกะ! ฟังที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่า!?”
“หะ..หือ? อ๋อ”
“นายเหม่อลอยตั้งแต่เช้าแล้วนะ มีอะไรหรือเปล่า?”น้ำเสียงของมิราอิมันทำให้เรียวสุเกะนึกถึงแม่ขึ้นมา
“เปล่าหรอก”
“วันนี้ไปแอบดูเจ้านั่นสารภาพรักกัน เถอะ!”
“หืม? ดูคนสารภาพรักนี่นะ?”
“ใช่แล้ว! ยิ่งเป็นเจ้ายูริฉันยิ่งอยากเห็น”
“เอ่อ..แต่ว่า..”
“น้า เรียวสุเกะ~”เธอเขย่าแขนอ้อนวอนผม ผมพยักหน้าอย่างจำใจแม้จะรู้ว่าร่างกายตัวเองยังไม่หายดีก็ตาม
ช่วงเย็นเรียวสุเกะวิ่งตามหลังมิราอิ ที่กำลังสะกดรอยตามยูริที่เดินอยู่ด้านหน้า
ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้กันด้วยเนี่ย เรียวสุเกะคิดในใจ
“ชู่!”มิราอิผลักเรียวสุเกะหลบหลังป้ายบอร์ด ของโรงเรียนเมื่อยูริหยุดยืนอยู่ตรงระเบียงด้านนอกของห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ที่ไร้ผู้คน
เสี้ยว หน้าหวานครุ่นคิดเรื่องบางอย่างใบหน้าฉาบไปด้วยความกังวล เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ยูยะเดินร้องเพลงหมีสามตัวเดินเข้ามาในห้องวิทยา ศาสตร์ตามคำขอของยูริพอดี
“อ๊ะ”ยูริสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ยูยะปรี่เข้ามาหายูริอย่างออดอ้อน
“มีอะไรหรอยูริจัง”ร่างสูงวางกระเป๋านักเรียน เบาหวิวลงบนโต๊ะสีเนื้อด้านหน้ายูริ
“เอ่อ..คือ”นัยน์ตาหวานลุกลน มือเรียวสวยกำขอบชายเสื้อแน่น ริมฝีปากเป็นกระจับสวยเม้มเข้าหากัน
“เดี๋ยวก่อน!...”
“หือ?”
“ที่ยูริจังเรียกฉันมาคุยในที่ที่ เปลี่ยวๆแบบนี้ อย่าบอกนะว่า!”
“เอ่อ คือมัน..”
“ยูริจังจะไล่ฉันออกไปจากชีวิต!! ไม่เอาน้า! ฉันไม่ยอมนะ!”ยูยะร้องโอดครวญเป็นหมาถูกน้ำร้อนลวกกอดขายูริราวกับลูกหนี้อ้อน วอนเจ้าหนี้
“ไม่ ใช่!”ยูริตะโกนอย่างอัดอั้น
“หา? ถ้าไม่ใช่แล้วยูริจังเรียกฉันมาทำไมล่ะ ฉันคิดมากนะ”ยูยะเปลี่ยนจากกอดขาธรรมดาเป็นเขย่าขายูริอย่างบ้าคลั่ง
“ก็..”
“ก็อะไรหรอ”
“คือ..”
“คือ?”
“ไม่มีอะไรหรอก”ยูริเดินหนียูยะไปอีกฟากหนึ่ง ของห้องทิ้งให้ยูยะนอนคว่ำหน้ากับพื้น
“โอเค ไม่มีก็ไม่มี งั้นฉันกลับก่อนละกันนะ ยูริจังจะกลับด้วยกันเปล่า?”ยูยะเอ่ยชวนยูริ ร่างเล็กส่ายหน้าหวือ ยูยะบอกลาก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นพาดหลัง
“เจอกันพรุ่งนี้นะยูริจัง”หันหลังหมุนตัวเดิน ออกจากห้อง มือข้างที่ว่างโบกอำลา
“ยูยะ!”
“หืม?”ร่างสูงหันขวับมองร่างเล็กที่ ยืนอยู่อีกฟากของห้อง
“คือ จริงๆแล้วน่ะ”
“อะไรหรอ?”
“...” ยูรินิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรออกมาดื้อๆ
“ยูริจัง”ยูยะเรียกชื่อยูริอีกครั้ง
“นายกลับบ้านเถอะ”
“งั้นหรอ โอเค เจอกันพรุ่งนี้นะ”ยูยะที่ตั้งท่าจะเดินเข้ามาหายูริหมุนตัวเดินกลับไปทาง เดิม
“ฉัน ชอบนาย” ยูยะหยุดชะงักขา ร่างสูงหันขวับมองร่างเล็กที่ยืนหอบด้วยสายตาที่แปลกไป
“ว่าไงนะ?”
“ฉัน..ชะ..ชอบนาย”ยูริก้มหน้าแก้มสอง ข้างขึ้นสีเรื่อ อกเล็กหอบขึ้นลงเมื่อใช้ความกล้าทั้งหมดลงไปกับการสารภาพรักครั้งแรก
คึ่ก~!
ยูยะล้มลงทั้งยืน ไอสีดำจางๆลอยละล่องวนอยู่เหนือร่าง ยูริวิ่งเข้าไปหาร่างนั้น
“ยูยะ!”ยูริเขย่า ร่างที่หมดสติของยูยะอย่างร้อนรน คำพูดสำเนียงภาษาแปร่งๆดังก้องไปทั่วทั้งห้องที่ปกคลุมด้วยบรรยากาศอึมครึม แปลกๆ
‘เซ คิล..เซ~ คิล’
“ยู ยะ! ฟื้นสิ ยูยะ!”ยู ริน้ำตารื้นขอบตาขณะที่พยายามปลุกยูยะอย่างสุดความสามารถ
เรียวสุเกะกับมิราอิที่แอบยืนดูอยู่ด้านนอกนั้นถึงกับช็อคกับ เหตุการณ์ที่ได้เห็น
“อะไรกันน่ะ”มิราอิวิ่งพรวดเข้าไปข้างในห้อง ทิ้งเรียวสุเกะยืนตะลึงอยู่ด้านนอก
นั่นมัน...พลังปีศาจ
“โอ้วว ท่านKกลับมาแล้ว^^”ครูแก้มแตกโผล่มาโอบไหล่ เรียวสุเกะ
“นาย!!”เรียวสุเกะสลัดแขนออกราวกับเป็นเชื้อราสกปรก
“อา..ไม่ดีนะ”ครูแก้มแตกส่ายหน้ายิ้ม นิดๆ เสียงดีดนิ้วดังเป๊าะดังขึ้นเบาๆ ฮิคารุโผล่ออกมาจากตู้ล็อคเกอร์ในสภาพที่ไร้ท่อนล่าง
“เจอกันอีกแล้ว เจ้าหญิงของผม”ดอกกุหลาบเหี่ยวเฉาถูกยื่นมาตรงหน้าเรียวสุเกะ มือเล็กปัดกุหลาบดอกนั้นกระแทกกำแพง
แกร๊ง!
ดอกกุหลาบสีดำกลายเป็นมีดพับแหลมคม
“โอว..เก่งขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย ทะลุเกราะปิดกั้นความคิดของยาบุได้^^”
“ยาบุ?”
“สวัสดี เรียวสุเกะ”เสียงทุ้มเยือกเย็นดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงชะลูดสวมชายเสื้อคลุม ทอง
“นะ..นาย!”จู่ๆขาของเรียวสุเกะก็หมดแรงเสียดื้อๆ
“ความฝันของนาย อร่อยไม่มีเปลี่ยนจริงๆ”ชายรูปร่างสูงสวมผ้าคลุมสีทองขยับกายเดินเข้ามาหา เรียวสุเกะที่ล้มลงบนพื้นอย่างนิ่มนวลแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายเยือกเย็นชวนขน ลุกแปลกๆ
“อย่า เข้ามานะ!”เรียวสุเกะกลั้นใจตะโกน ร่างเล็กถอยร่นจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับประตูห้องเรียนวิทยาศาสตร์
“เอาล่ะ มากับข้า”ชายสวมผ้าคลุมสีทองกระชากแขนเรียวสุเกะลุกขึ้นยืน ก่อนจะหันไปส่งสายตาพูดอะไรบางอย่างกับฮิคารุและครูแก้มแตก
“จะทำอะไร!”เรียวสุเกะสะบัดข้อมือออก ขาเล็กซอยวิ่งหนีเข้าไปในห้องเรียนวิทยาศาสตร์ แต่ก็ยิ่งทำให้เรียวสุเกะถูกขังในห้องปิดตายอย่างสมบูรณ์แบบ ยาบุแค่นยิ้ม..
ไร้เดียงสาไม่มีเปลี่ยนเลยนะ เรียวสุเกะ..
มิ ราอิสลบอยู่ที่ใต้โต๊ะตัวหนึ่งในสภาพเหมือนถูกตีศีรษะ ยูยะอุ้มร่างหมดสติของยูริ นัยน์ตาสีเงินจิกมองเรียวสุเกะที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง
“หึ”เสียงทุ้มแค่นหัวเราะ ยูยะวางร่างยูริลงนอนที่โต๊ะตัวหนึ่งก่อนจะเดินมาหาเรียวสุเกะที่ยืนอยู่ตรง กระดานไวท์บอร์ดหน้าห้อง
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เรียวสุเกะ”เสียงทุ้มเบสต่ำราวกับจะขู่คำรามได้ทุกเมื่อเอ่ยทักทายเรียวสุ เกะราวกับมิตรที่ไม่ได้เจอกันมานานแสนนาน
ท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังเท้า ของยูยะนั้นทำให้เรียวสุเกะแปลกใจ ร่างเล็กที่ตั้งท่าจะวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือถึงกับถอยกรูดหลบมุมด้านหลัง ปูนปั้นอันหนึ่ง
“เรียว สุเกะ~ ไง..สบายดีหรือเปล่า?”เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบของเรียวสุเกะ ด้วยน้ำเสียงเนิบนาบสบายๆ
“ยูยะ..”
“หืม?”ร่างสูงโปร่งเยื้องย่างเข้าเหยียบย่ำกอง ฝุ่นคร่ำเครอะหนาเตอะด้านหน้าโต๊ะแกะสลักปูนปั้นห่างจากเรียวสุเกะไม่เท่า ไหร่นัก
“อย่า ทำฉันเลยนะ”ไม่รู้อะไรดลใจให้เรียวสุเกะพูดออกไปแบบนั้น ราวกับคำพูดนี้ออกมาจากเบื้องลึกของจิตใจ ความหวาดกลัวแล่นเกาะกุมทุกอณูความรู้สึก มือของเขาเย็นเฉียบเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ลำคอแห้งผาก
“หือ? นายกำลังขอร้องฉันงั้นหรือ?”ยูยะฮัมเพลงเบาๆ
บึม!!
ปูนปั้นด้านหน้าเรียวสุเกะแตกละเอียดออกเป็น เสี่ยงๆ ฝุ่นละอองเศษปุ่นจำนวนมากทิ่มไปทั่วทั้งร่างกายของเรียวสุเกะ
“แค่กๆ”เรียวสุเกะหอบหายใจใต้โต๊ะตัว หนึ่งที่แยกออกเป็นสองซีก ยูยะนั่งลงตรงหน้าเรียวสุเกะ นัยน์ตาสีเงินจิกมองเรียวสุเกะ แววตานั้นแฝงไปด้วยความเยือกเย็นและไร้ซึ่งความรู้สึกจนเรียวสุเกะหวาดกลัว จับขั้วหัวใจ
“แก ไม่มีสิทธิพูด!”ยูยะตะคอกเสียงดัง
เปรี๊ยะ~! โครมมม!
เสียงคล้ายแก้วแตกดังกัมปนาทไปทั่วทั้งห้อง ยูยะเงยหน้าขึ้นมองไปทั่วทั้งห้อง มือสากคว้าแขนเรียวสุเกะเอาไว้
“ท่านK ยูโตะฝ่าม่านพรางตาเข้ามาแล้ว!”เสียงครูแก้มแตก ตะโกนออกมาจากด้านนอกห้อง
ฉึก!
“อ๊ากก!”เสียงครูแก้มแตก ร้องอย่างเจ็บปวด เสียงคล้ายมีดกรีดกระแทกตู้ล็อคเกอร์ดังโครมใหญ่ ยูยะกระชากตัวเรียวสุเกะลุกขึ้นยืน ข้อแขนแข็งแรงล็อคคอเรียวสุเกะไว้แน่น
เรียวสุเกะมองไปที่ทางเข้าที่มีอยู่ เพียงทางเดียวของห้องวิทยาศาสตร์ บรรยากาศเงียบเชียบแล่นเกาะกุมทั่วจิตใจของเรียวสุเกะ
ยูโตะ..ช่วยฉันด้วย
ปังง!
ทันทีที่เรียวสุเกะลืมตา เขาตกใจกับร่างตรงหน้าจนเกือบจะสิ้นสติ คนตรงหน้าเหมือนไม่ใช่ยูโตะ ร่างสูงใหญ่หอบหายใจเสื้อเชิ๊ตนักเรียนขาดรุ่ยรุ่งริ่ง ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ผมกระเซอะกระเซิง มือทั้งสองข้างมีเล็บสีดำงอกยาวราวกับกรงเล็บเหยี่ยว นัยน์ตาคู่คมสีแดงก่ำดั่งเลือดจ้องมาที่ร่างด้านหลังเรียวสุเกะด้วยสายตา อาฆาตแค้น เส้นเลือดปูดโปนไปทั่วทั้งใบหน้า ใบหน้าที่หล่อเหลาเย็นชาบูดเบี้ยวเต็มไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวโกรธ
“แกก!!!”ยูโตะ ขู่คำรามเสียงดังสนั่น เขี้ยวยาวจนถึงริมฝีปากล่าง ยูโตะขบกรามจนเป็นสันนูน
ฉัน จะฆ่าแก..ไอ้สารเลว!!
“ยะ..ยูโตะ”เรียวสุเกะน้ำตาไหล่พราด กับเหตุการณ์ตรงหน้าเมื่อได้ยินความคิดของยูโตะ
แววตาของยูโตะไหววูบเมื่อได้ยินเสียง ของเรียวสุเกะ จนเผลอพลาดท่าถูกครูแก้มแตกตะปปเข้าที่แขนซ้าย เลือดสีแดงข้นเหนียวพุ่งกระฉูดจากบาดแผลฉกรรจ์
เป๊าะ!
ร่างของเรียวสุเกะหายไปพร้อมกับยูยะ เหลือทิ้งไว้เพียงไอหมอกสีดำจางๆ
“ฉันจะฆ่าแก!!”ยูโตะกู่ คำรามร้องอย่างคับแค้นใจ
“อ๊ากกกกก!!”ท่อนแขน แกร่งสะบัดพือ ลมสลาตันพัดอบอวลไปทั่วทั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ราวกับถูกระเบิดถล่มจนห้อง เละเทะ
Next part please wait..
----------------------------------------------------------
มา ต่อแล้วนะคะ^^ ต้องขอโทษด้วยที่มาคราวนี้ปล่อยให้รอคอยกันT^T มีคนแอบแซวว่าให้สละเวลาจากการอัพall aboutมาลงฟิคมั่ง ฮ่าๆๆ>< ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะจ้ะ ToT รีบปั่นแล้วรีบเอามาลงให้อ่านเลย T T ตอนนี้ก็ยังไม่เลือดสาดเลย ฮาๆ คาดว่าตอนต่อไปแน่นอนค่ะ^^ ตอนนี้ยูยะลักพาตัวเรียวสุเกะไปแล้ว มาลุ้นกันว่า ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น^^...