ฟิคสั้นๆ
ใช้เวลาแต่งไม่นานนัก ไม่เน้นสาระอะไรทั้งนั้น แค่อารมณ์ชั่ววูบที่อยากแต่งขึ้นมา 555+
เพราะฉะนั้น ยังไงก็..อ่านเล่นๆสนุกๆละกันเนอะ อย่าคิดมาก 555+
ใครที่ไม่ชอบ ก็อย่า่อ่านเนอะ^^
ผู้แต่งชื่อ วีนัส อายุ 16 ปี จ้าา ถ้าอยากคุยกันก็แอ้ดเมล์มาหาได้นะจ้ะ stairwaytoheaven_venus@hotmail.com จ้ะ
นากาจิม่า ยูโตะ
จิเนน ยูริ
ทาคาคิ ยูยะ
แสงสว่างจ้าสาดแสงไปทั่วทั้งห้องที่มืดมิด เด็กหนุ่มสะดุ้งตื่นมองไปรอบกายด้วยอารามมึนงงยังไม่สร่างง่วง
“ใครน่ะ?”เด็กหนุ่มหยีตาสู้แสง แสงสว่างหรี่ลงพร้อมกับร่างของใครบางคนปรากฏอยู่ตรงหน้า ปีกสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ ผิวพรรณผุดผ่อง ใบหน้าสวยปรากฏเด่นชัดจนเด็กหนุ่มล้มลงนอนกับเตียง
“ฉันเป็นนางฟ้า”
“น่ะ..นางฟ้า”เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง จดจ้องมองร่างตรงหน้าไม่กระพริบตา
“เจ้าอยากได้อะไร” ใบหน้าสวยหวานสะกดอารมณ์เด็กหนุ่มให้แน่นิ่งมองเหม่อลอย
“อยากได้นางฟ้า”เด็กหนุ่มพึมพำ
“ฮึ? เจ้าแน่ใจนะ”นางฟ้ายิ้มกว้าง ดวงตากลมสวยเปล่งประกายสะท้อนใบหน้าเด็กหนุ่ม
“แน่ใจฮะ”เด็กหนุ่มตอบเสียงดังฟังชัด
“คำขอของเจ้าจะเป็นดั่งคำขอ~”นางฟ้าค่อยๆโน้มหน้าลงไปใกล้เด็กหนุ่มที่เบิกตาโต
แสงสว่างวาบระเบิดวูบทันทีก่อนที่ริมฝีปากของเด็กหนุ่มจะได้สัมผัสกับนางฟ้า
“อ๊ากกกก ความฝันหรอเนี่ยยย!”ผมขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิดเป็นที่สุด
ทุกครั้งที่ผมตื่นจากฝันหวาน การเผชิญหน้ากับโลกแห่งความเป็นจริงมันช่างแสนโหดร้าย
โอ้ยยย สวย..สวยจังเลย ยิ่งมองก็ยิ่งสวย นางฟ้า..นางฟ้าของโพ้มมมม~ ผมยังจำหน้านางฟ้าได้ติดตา
ผม นากาจิม่า ยูโตะ ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่กำลังเรียนไฮสคูลปีแรก ชีวิตผมในโรงเรียนนั้นไร้ซึ่งสีสัน ผมไม่ค่อยมีเพื่อน เพราะผมไม่ชอบคุยกับใคร
ในสายตาเพื่อนๆผมคงดูเป็นผู้ชายเฉิ่มๆ ทำตัวเชยๆ ดูเรียบร้อย แต่จริงๆแล้ว.....
ผมก็เป็นแบบนั้นน่ะแหละ = =’
ผมเองก็อยากมีเพื่อนนะ แต่ไม่มีใครอยากคุยกับผมเลย เพื่อนร่วมห้องชอบทำเหมือนผมไม่มีชีวิตอยู่ในห้อง ทุกครั้งที่ผมเข้าห้องเรียนพวกเค้าจะหันมามองหน้าผมชั่วอึดใจก่อนจะทำหน้าเหมือนมองเห็นอากาศแล้วทำภารกิจที่คั่งค้างของตัวเองอยู่ต่อ
วันนี้เป็นอีกวันที่ผมไปโรงเรียนตามปรกติ.. แต่วันนี้ผมค่อนข้างอารมณ์ดี เพราะเมื่อคืนนี้ผมฝันดีนี่นา
ได้เจอนางฟ้าแสนสวย ถึงแม้มันจะเป็นแค่ความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง แต่ผมก็มีความสุขที่ได้ฝันล่ะน้า~
ผู้ชายผมทอง แต่งกายผิดระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้ายืนขวางทางผม
“เฮ้ย ไอ้หน้าจืด”
โอ้โหว พูดจาหาเรื่องชะมัด
“มองหน้าแบบนี้ หมายความว่าไง”ชายผมทองโน้มหน้าเข้ามาใกล้ผม ดวงตาเล็กหรี่ลงมองผมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยสายตาดูถูก
“ไอ้เห่ยเอ้ย!!”
ผัวะ!
หมัดหนักๆกระแทกข้างแก้มจนผมล้มลงกระแทกพื้น ใบหน้าชาไปทั้งแถบ
“ฉันทาคาคิ ยูยะ จำไว้”
“อื้อ”ผมยันตัวเองลุกขึ้นยืน รองเท้าหนังเหยียบลงกลางอกผม
“ไอ้ซื่อบื้อเอ้ย ฮ่าๆๆ” เค้าหัวเราะอย่างสะใจเหมือนเห็นผมเป็นคนต่ำต้อยกว่า ที่ผมไม่อยากโต้ตอบกลับไปเพราะผมรู้ตัวเองดีว่าผมสู้เค้าไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นผมควรจะอยู่เฉยๆดีกว่า
“ยูยะ!!”เสียงแหลมแปดหลอดดังขึ้น
“ยูริ!”รองเท้าหนังยกขึ้นจากอกผม รอยเท้าคราบดินฝังติดเสื้อสูทนักเรียนจนผมคิดถึงหน้าแม่ตอนเห็นสภาพเสื้อเปื้อนออกเลย
“ไอ้สั่วเอ้ย!”เด็กหนุ่มร่างเล็กวิ่งมาทางผมและยูยะที่ยืนตกตะลึง ใบหน้าหวานเกินชายช่างขัดกับท่าทีเฮี้ยมเกรียม ริมฝีปากได้รูปแหกปากด่าดังลั่นไปทั่วทั้งโรงเรียน
“ยังไม่เลิกอีกหรอสันดานแบบนี้! ที่สอนไปไม่จำเลยใช่มะ! สมองมีไว้ทำอะไรฮะ!”เมื่อถึงในระยะประชิดก็ด่าไฟแลบชนิดน้ำมันราดทีเดียวคงทำลายล้างโรงเรียนได้เลย
“ยูริจัง”
“หุบปาก!”
ผัวะ!
ยูยะกระเด็นลอยหวือล้มลงนอนข้างๆผม ที่มุมปากเลือดไหลซิบๆ
โอ้โหววว OoO ตัวแค่นั้นเอง โหยน่ากลัวชะมัด
ร่างเล็กเดินกระทืบเท้า มือบอบบางกระชากผมสีทองของยูยะเหมือนจะถลกหนังหัวออกมาให้ได้
“แล้วหัวเนี่ย มะเร็งจะกินกบาลตายอยู่แล้วไปย้อมทำไมฮะ!”
“อ๊ากก ฉันเจ็บนะ! ยูริ”คำอ้อนวอนของยูยะไม่เป็นผล เด็กหนุ่มหน้าหวานกระชากเสื้อสูทหลุดลุ่ยของยูยะขึ้นสูง
“ขอโทษเค้าซะ!!”ตะคอกเสียงแหลม ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดผลักยูยะหน้าคว่ำอยู่ตรงหน้าผมที่ตกตะลึงกับฉากบู้เลือดสาดด่ากระจุยเมื่อตะกี้
“ขะ..ขอโทษ”
“เอาใหม่! นายชื่ออะไร”เค้าหันมาถามผม
“นากาจิม่า ยูโตะ”
“พูดชื่อด้วย! ให้เร็ว! ทีเรื่องเลวๆนี่นะทำง่าย เรื่องดีๆนะต้องให้ใช้กำลัง”
“ขอโทษครับ นากาจิม่า ยูโตะ”
ตั้บ~
หน้ายูยะกระแทกลงกับพื้นโดยฝ่ามือพิฆาตของยูริที่ยืนเต๊ะท่าฝ่ามืออรหันต์อยู่เบื้องบน
น่ากลัวชะมัด..
ผมเคยได้ยินเรื่องของสองคนนี้หนาหูเลยช่วงสมัยมอต้น จิเนน ยูริ ผู้ได้ฉายาว่างูอสรพิษ หนุ่มหน้าหวานที่กล้าตบหัวทาคาคิ ยูยะที่เป็นถึงนักสู้ระดับต้นๆของโรงเรียนจุ่มถ้วยราเมงกลางโรงอาหาร ยูริเป็นคนที่ภายนอกผมเห็นแล้วยังคิดว่าน่ารัก เป็นคนที่รูปลักษณ์ภายนอกดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่เมื่อเขาได้เอ่ยปากด่าใครล่ะก็..ภาพพจ์นที่วางไว้ทุกอย่างพังทลายลงทันที แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังป๊อปปูล่าในหมู่ผู้ชายด้วยกัน
“นี่! ได้ยินที่พูดมั้ย หูแตกหรือไง!”
“หาๆ”ผมหันหน้าเอ๋อๆไปหายูริที่ยืนจ้องหน้าผมอย่างเอาเรื่อง
“ลุกขึ้นสักทีดิ จะพาไปทำแผล”
“ไม่เป็นไรหรอก”ผมรีบปฏิเสธ
“ไม่ได้!”
อึ๋ย~ อยู่ใกล้กันแค่นี้ทำไมต้องตะโกนด้วยเล่า!T^T ตกใจหมด
ดูเหมือนว่าผมคงจะลุกไม่ทันใจยูริ มือขาวๆกระตุกแขนผมให้ลุกขึ้น ออกแรงลากมหาศาลให้ผมเดินตาม
“แล้วฉันล่ะ ยูริจัง!!”ยูยะตะโกนไล่ตามหลัง
“นอนตายอยู่นั่นแหละ!”
ผมถูกลากเดินผ่านโรงอาหาร ทุกสายตาพุ่งเป้ามองมาที่ผมเพียงจุดเดียว เสียงพึมพำซุบซิบนินทาดังตลอดทางเดิน ในโรงเรียนไม่มีใครกล้าคุยกับยูริสักเท่าไหร่ ผมเองก็เหมือนกัน อยู่ห่างเอาไว้ดีที่สุด
นับว่าวันนี้เป็นวันดวงซวยของผม
“นั่งลง”ออกปากสั่งให้ผมนั่งลง ผมรีบนั่งลงทันที ร่างเล็กเดินหยิบนู่นหยิบนี่อย่างชำนาญ
“ไอ้บ้านั่นทำอะไรนายอีกหรือเปล่า”
“เปล่าฮะ”ผมเหลือกตาทันทีที่ยูริชูสำลีชุ่มแอลกอฮอล์ขึ้นสูง
“ไอ้เบื้อกนั่นชอบใช้แต่กำลัง ถ้ามันทำอะไรนายอีกบอกฉัน”
ใครจะไปกล้าบอกนายกันเล่า!
“โอ๊ย!”ผมสะดุ้งสุดตัวทันทีที่สำลีแตะมุมปาก
“สำออย แค่นี้ร้องแล้วหรอ”ใบหน้าหวานแต้มยิ้มบางๆ
“ก็เจ็บ”ผมงุบงิบเหมือนกับพูดกับตัวเองเสียมากกว่า
“ตลกชะมัด”ยูริหัวเราะเสียงดัง ผมพึ่งเคยเห็นเค้ายิ้มครั้งแรก ผมเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ชายส่วนใหญ่ถึงยังเลือกที่จะให้ดอกกุหลาบเค้าในวันวาเลนไทน์ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองจะต้องเจ็บตัว = =’
ทุกๆวันวาเลนไทน์ จะมีผู้ชายทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนแห่กันเอาของยอดฮิตวันวาเลนไทน์มาให้ยูริถึงในโรงเรียน ทำเอาการจราจรแถวโรงเรียนติดขัด แล้วทุกคนที่เอามาให้นอกจากที่ยูริจะไม่รับของแล้วยังโดนด่ากลับมาอีกต่างหาก
‘เอาของมาให้ฉัน เคยให้พ่อแม่นายบ้างหรือเปล่าฮะ! ฉันเป็นญาตินายหรือไง ไสหัวไป๊!’
‘กระหลั่วชะมัด มีปัญญาซื้อของได้แค่นี้เองหรอ’
ผมจำประโยคสองประโยคนี้ได้ขึ้นใจ เพราะตอนนั้นผมถูกเพื่อนในห้องใช้ให้ไปยืมหนังสือสังคมที่ห้องของยูริ
ถึงยูริจะด่ารุนแรงขนาดนั้น เค้าก็ยังป๊อปอยู่ดี = =’ ความจริงแล้วผมว่าเค้าก็น่ารักดีนะ แต่โหดแบบนี้ผมมองว่าน่ารักไม่ขึ้นอ่ะ T T
“ไอ้บ้านั่นชอบใช้กำลัง แต่สั่งสอนไปแล้ว ถ้าคราวนี้ไม่จำ คราวหน้าค่อยเอาใหม่^^” กระตุกยิ้มเฮี้ยมจนผมขนลุกแทนยูยะ
เป็นความจริงอีกอย่างหนึ่งว่า ยูยะและยูริคบกันเมื่อต้นปีนี้ แต่ถึงกระนั้นจำนวนดอกกุหลาบบนโต๊ะยูริก็ไม่น้อยลงเลย = =’
ผมนั่งเกร็งจนตัวแทบเป็นตะคริว เจ็บมุมปากจนแทบอยากจะหายไปจากโลก
“เสร็จและ” เก็บกระปุกยาเข้าที่
“นายอยู่ห้องไหน”
“1-C”
ผมถูกกระชากลากถูออกจากห้อง
“เดี๋ยวก่อนๆ”ผมรีบคว้ากระเป๋านักเรียนก่อนที่หน้าตัวเองจะจิ้มพื้น
ยูริเดินมาส่งผมถึงหน้าห้อง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเพื่อนร่วมชั้น
“มองไร”ยูริกวาดสายตาจิกมองเพื่อนร่วมห้องอย่างดูถูก
“ฉันไปล่ะ” ตบหลังผมดังตุ้บก็กระโดดโหยงเหยงฮัมเพลงออกจากห้องไป
ผมถอนหายใจทิ้งตัวลงนอนฟุบบนโต๊ะเรียนของตัวเอง
“เฮ้ย เอ็งมากับยูริของข้าได้ไงวะ!”
ผู้ชาย หัวเกรียน ที่หน้าผากมีรอยบากเป็นทางยาว ใส่ตุ้มหูจนแทบไม่มีที่เหลือพื้นที่ เขาเป็นหัวโจกประจำห้องผม หมอนี่คุยกับผมเฉยๆไม่เป็นหรอก ต้องถีบอะไรสักอย่างตลอดแหละ
โครม~!
และก็เป็นดังคาดเมื่อโต๊ะตัวข้างๆโต๊ะผมกระเด็นระเนระนาดอยู่ตรงพื้น
ผมล่ะงง ยูริไปเป็นของไอ้เกรียนนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เข้าใจจริงๆเลยว่าจะแย่งนางมารร้ายนั่นไปทำไม อยู่ใกล้มีแต่จะตายกับตายเท่านั้น = =’
“ไม่ได้ยินหรอวะ!”น้ำลายไอ้เกรียนกระเด็นหยดลงบนโต๊ะผมสามหยด ทุเรศสิ้นดี - -*
“ฉันก็ไม่ได้อยากมาด้วยนักหรอก”ผมตอบทำหน้าไม่ได้สนใจ
“ลูกพี่ มันกวนตีนลูกพี่อ่ะ!!”ลูกสมุนสองคน อีกคนสูงเป็นเปรต อีกคนเตี้ยเหมือนหลักกิโลฯแหกปากกระตุ้นอารมณ์ไอ้เกรียน
น่าเบื่อชะมัด...ผมล่ะไม่เข้าใจเลยว่า หน้าตาผมมันไปถูกใจอะไร ผมก็อยู่ของผมอยู่ดีดี ทำไมคนพวกนี้ถึงชอบเข้ามายุ่งกับชีวิตผมนักหนา
ปัง!
ไอ้เกรียนตบโต๊ะผมดังสนั่น มันถลึงตามองผม เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบๆเหมือนปลาขาดน้ำ
“อยากตายใช่มั้ย ไอ้กร๊วก!!”
ผมหลับตาปี๋รับชะตากรรม.. ทนเจ็บนิดหน่อยเอง..
“ลูกพี่!!!”
“ไรวะ!!”ไอ้เกรียนหันขวับไปทางประตูเข้าห้องในท่าง้างหมัดกลางอากาศ ลูกสมุนคนที่สามตัวบึกดำถึกเหมือนควายไบซันทำหน้าตื่นเต้นวิ่งมาหาไอ้เกรียนที่ยืนเต๊ะท่าเท่ห์อยู่ตรงโต๊ะผม
“เด็กใหม่ลูกพี่ โคตรสวยเลย อย่างงี้เลย”ลูกสมุนไบซันยกนิ้วโป้งทำหน้ายืนยันหนักแน่น
“เออ ขอข้าเคลียร์ไอ้กร๊วกนี่ก่อน” ไอ้เกรียนให้ความสนใจกับเรื่องที่ลูกสมุนไบซันพูดไม่มากนัก
“เดี๋ยวนี้เลยลูกพี่ เด็ดจริงๆคนนี้!”ลูกสมุนไบซันลากคอไอ้เกรียนหายออกไปจากห้อง
เฮ้อ~ รอดแล้วเรา
ชีวิตผมนี่มันช่างวุ่นวายเสียงจริง เมื่อไหร่ผมจะได้อยู่สงบๆบ้าง
ผมหยิบไอพอตขึ้นมาฟังเพลง เปิดเร่งเสียงจนถึงสุดขีดความดังกลบเสียงคนรอบข้าง ผมไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น นี่แหละความสุขของผม ได้อยู่ของผมคนเดียว
ผมฟุบหลับไปบนโต๊ะเรียน สะดุ้งตื่นอีกทีเมื่อมีคนวิ่งมาชนขอบโต๊ะ เพื่อนในห้องหายไปหมด ผมเก็บไอพอตใส่กระเป๋า เดินออกไปนอกห้อง
เอ..นี่มันก็มีคาบเรียนในห้องนี่นา แล้วหายไปไหนกันหมดเนี่ย
ผมชะเง้อคอมองดูด้านนอก สะดุ้งตกใจหาที่หลบทันทีเมื่อเห็นยูริเดินมากับยูยะสองคน
“สวยชะมัดเลย” เสียงยูยะ
“ไอ้บ้า! พูดแบบนี้อยากตายใช่ไหมฮะ”เสียงยูริแหลมปรี้ดขึ้นมาพร้อมกับเสียงตีดังตุ้บ
“ก็สวยจริงๆนี่นา ใครๆก็ว่างั้น แต่ยังไงฉันก็คิดว่ายูริน่ารักที่สุดอยู่แล้ว”
“ไม่ต้องมาพูดดีเลย อยากกลับไปนักก็กลับไปเลยไป!”
“โอ๋ๆ นี่ยูริจังหึงหรอเนี่ย ดีใจจัง”
ผมรอจนกระทั่งคู่รักนั่นเดินจากไปแล้วค่อยๆย่องออกมาจากที่ซ่อน
เอ..สองคนนั้นพูดถึงเรื่องอะไรกันนะ
แต่ช่างเถอะ.. ไม่มีคนอยู่ในห้องก็ดีแล้วนี่
ผมกลับมานอนที่ห้องอีกครั้ง ตื่นมาอีกทีก็เห็นเพื่อนๆกลับเข้ามาในห้องกันครบแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมแต่ละคนถึงได้มีท่าทีเหม่อลอยแปลกๆ โดยเฉพาะผู้ชาย = =’
คาบต่อไปเป็นคาบพละ ซึ่งเป็นคาบที่ผมโดนแกล้งบ่อยมากที่สุด สารพัดที่ผมจะโดนแกล้งเลยล่ะ ตั้งแต่ กางเกงหาย รองเท้าหาย ลูกบาสอัดหน้า ถูกเบียดชนกับแป้นบาสจนเอ็นข้อเท้าฉีก ทุกรูปแบบจริงๆ
ผมเดินไปที่ล็อคเกอร์ของตัวเอง รองเท้าไม่หาย กางเกงไม่หาย ^^ เย่~
ผมหยิบกางเกงออกมาจากตู้ล็อคเกอร์
ทันใดนั้น!...
อ้บ~
กบตัวเบ้อเริ่มกระโดดเกาะหน้าผม ผิวหยาบๆเป็นเมือกลื่นติดแน่นกับหน้าจนผมมองไม่เห็นทาง ผมเดินชนคนนู้นคนนี้จนล้มกลิ้งลงกับพื้น แหกปากร้องด้วยความกลัวปนขยะแขยงสุดชีวิต
“ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก” ผมใช้แรงเฮือกสุดท้ายง้างขากบออก มันเปลี่ยนจุดหมายมาที่หัวของผมแทน
นรกแตกแล้ว! หัวผมมมมมม!!
“ดูสิๆ ฮ่าๆ” คนรอบข้างไม่มีใครใจบุญเข้ามาช่วยผมสักคน แต่ผมก็ไม่ได้หวังให้ใครมาช่วยอยู่แล้วแหละ จากที่กบเกาะหัวชนิดเอาไม่ออกแล้ว ผมยังถูกไอ้เกรียนถีบล้มกลางสนามกีฬาของโรงเรียน ดูเหมือนนักเรียนส่วนใหญ่จะอยู่ที่สนามกีฬา เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกละลอกเมื่อผมพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะดึงกบออกจากหัว
“ไอ้ทึ่มยังไงมันก็ไอ้ทึ่มอยู่วันยังค่ำล่ะวะ ฮ่าๆๆ”ไอ้เกรียนพร้อมลูกสมุนหัวเราะชอบใจ คงเป็นพวกนี้อีกสินะที่ส่งไอ้กบเวรนี่มาเกาะหัวผม!
“ประสาทนักหรือไง ชอบแกล้งคนอื่นน่ะ!” เป็นครั้งแรกที่ผมตะคอกกลับไป นักเรียนรอบกายแตกฮือมองมาที่ผมอย่างสนใจ
“ฮึ? ว่าไงนะ”ไอ้เกรียนหัวเราะแกล้งทำเป็นยื่นหูเข้ามาใกล้
ผัวะ!
ผมชกเข้าบ้องหูมันอย่างแรงจนมือชา
“หนอยยยย!”ไอ้เกรียนพุ่งเข้ามาหมายจะรุมผมพร้อมลูกสมุน
“หยุดนะ!”
“เอ๊ะ”นักเรียนที่ยืนอยู่รอบๆ แหวกทางเป็นวงกว้าง สิ้นสุดปลายทางปรากฏร่างใครบางคน
“นางฟ้า!”ผมตะโกนออกไปสุดเสียงที่มี
นางฟ้าของผมเป็นผู้ชาย! แต่ใบหน้ากลับงดงามเหมือนในฝันไม่มีผิด นี่มันคือความฝันใช่ไหม...
ผมคงถูกไอ้เกรียนอัดจนสลบไปแล้วก็ได้มั้ง..
ใช่..มันคงจะเป็นแบบนั้น
สัมผัสแผ่วเบาอบอุ่นที่ข้างแก้มผมนั้นเหมือนเป็นเครื่องยืนยันว่านี่ไม่ใช่โลกแห่งความฝัน
ดวงตากลมใสที่สะท้อนเห็นเพียงเงาผม รอยยิ้มที่สดใสกว่าใคร ใบหน้าที่สวยงดงามจนเหมือนไม่ใช่มนุษย์
“อะไรกัน.. จำกันไม่ได้แล้วหรอ^^”ใบหน้าสวยเขยิบเข้ามาใกล้
“...”
“นางฟ้าของนายไง นากาจิม่า ยูโตะ^^”
“นาง..ฟ้า.. ของฉัน”
“ดูแลนางฟ้าด้วยนะ ^-^”
ริมฝีปากอุ่นนิ่มสัมผัสแผ่วเบาที่ริมฝีปากของผม อบอุ่นอ่อนโยนเหมือนลอยเคว้งอยู่บนปุยเมฆ
มีความสุขจังเลย..
นางฟ้าของผม..
---------------------------------------
เรื่องนี้จบงงมาก55+ แต่อยากแต่งเฉยๆ เนื้อเรื่องอาจจะจบรวดเร็ว รวบรัดจนงง แต่เพราะแต่งในเวลาสั้นๆ บวกกับอารมณ์ชั่ววูบ จึงเป็นดั่งที่เห็น เพราะเห็นภาพยามะจังภาพนั้นแล้วก็อยากแต่งขึ้นมานั่นเอง 55+
---------------------------------------
เรื่องนี้จบงงมาก55+ แต่อยากแต่งเฉยๆ เนื้อเรื่องอาจจะจบรวดเร็ว รวบรัดจนงง แต่เพราะแต่งในเวลาสั้นๆ บวกกับอารมณ์ชั่ววูบ จึงเป็นดั่งที่เห็น เพราะเห็นภาพยามะจังภาพนั้นแล้วก็อยากแต่งขึ้นมานั่นเอง 55+
จิเน็น โหดจัง แต่ชอบน่ารักมากมายอ่ะ
ตอบลบเดียวนี้ยามาดะ แมนขึ้นเยอะเลยเนอะ
แต่เหมาะกับยูโต๊ะดีน่ารัก
แอบจิ้นคู่ จิเน็น กับ ยูยะ
อยูเหมือนกัน
อยูด้วยกันทีกอดกันตลอด
สนุกคะ
ตอบลบ*0* จบแบบนี้เลยหรอคะ 5 5
ตอบลบแต่ก็สนุกดีคะ ขำยูริอ่ะ มาในมาดโหดแบบนี้
แต่จะขัดใจก็ตรงที่โตะของเราเจียมเจี๋ยมไปหน่อย
กิกิ