วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

[Trans] มาริยะมาเนีย vol.1 “ความพยายามเปรียบดั่งดอกไม้ที่ผลิบาน” (Seventeen 2011.05)


แปลจาก ญี่ปุ่น >>> ไทย โดย วีนัส


มาริยะมาเนีย vol.1 (Seventeen 2011.05)


เรื่องราวที่สำคัญ
“ความพยายามเปรียบดั่งดอกไม้ที่ผลิบาน”

คอลัมน์ลงประจำทุกเดือน!!
นิชิอุชิมาริยะจะคุยเรื่องราวต่างๆ “แค่ที่นี่เท่านั้น”


มาริยะมาเนีย
เดือนนี้จะเป็นเดือนที่เริ่มลงคอลัมน์ที่ลงเป็นช่วงประจำทุกเดือนล่ะ! รู้สึกดีใจมากๆ ในเวลาเดียวกันจนถึงตอนนี้แล้วก็ยังรู้สึกตกใจอยู่เลย!! ฉันคิดว่า การที่ได้ลงเรื่องราวของตัวเองลงในที่แบบนี้ มันเป็นที่ที่สำคัญกับฉันมาก เพื่อที่จะทำให้ทุกๆคนได้รู้จักตัวตนของฉันมากกว่านี้ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ from มาริยะ



หัวข้อที่จะพูดถึงไว้สำหรับเป็นที่ระลึกในการลงให้สัมภาษณ์ครั้งแรกก็คือ คำพูดที่ฉันชอบมากที่สุด  “ความพยายามเปรียบดั่งดอกไม้ที่ผลิบาน” ความหมายของคำนี้ก็คือ เป็นคำสอนของผู้คุมทีมแบตมินตันสิ่งที่ฉันตั้งใจทำมันอย่างจริงจังก่อนหน้าที่จะมาเป็นนางแบบค่ะ ช่วงที่ฉันเริ่มเล่นแบตมินตันครั้งแรกก็คือตอนปอสาม คุณแม่ฉันเป็นนักกีฬาว่ายน้ำระดับชาติ ญาติพี่น้องของฉันก็ลงแข่งนักกีฬาลักบี้,พายเรือในระดับประเทศด้วย อีกทั้งคุณพ่อก็ยังเป็นพี่เลี้ยงของนักมวยด้วย เป็นครอบครัวที่เล่นกีฬากันทั้งบ้านเลยค่ะ(หัวเราะ) เพราะมีเลือดที่ ถ้าเลือกจะทำอะไรแล้วล่ะก็จะต้องทำมันให้ถึงที่สุด”รวมถึงฉันเอง ก็คิดอย่างจริงจังว่า จะใช้ชีวิตอยู่กับแบตมินตัน!!ล่ะ อย่างไรก็ตามตอนซ้อมก็ซ้อมหนักมาก ก่อนซ้อมก็ต้องวิ่งรอบโรงยิม60รอบ ทั้งถ้าเล่นได้ไม่ดีก็จะต้องวิ่งให้ครบ120รอบ เวลาที่ฉันซ้อมส่วนตัวเองก็ไม่เคยวิ่งได้แบบนั้นเลย ในวันหยุดส่วนใหญ่ฉันก็จะวิ่งที่สวน ซึ่งรอบนึงมันจะเท่ากับ2กิโลฯ ฉันวิ่งไปประมาณสามรอบเองล่ะ ไม่ว่าจะพยายามแบบไหนก็แล้วแต่โค๊ตก็จะพูดกับฉันว่า “กลับไปซะ!” ฉันก็จะขอโทษและซ้อมต่อทั้งๆที่ร้องไห้ไปด้วย จนถึงตอนนี้แล้วคำพูดที่เข้มงวดในตอนนั้นมันเป็นสิ่งเดียวฉันไม่อยากนึกถึงเลยค่ะ ในทุกๆวันที่ฉันไปซ้อม ฉันก็เคยคิดอยู่เหมือนกันว่า “อึดอัดจังเลยนะ อยากเลิกเล่นมันจังเลยนะ”  แต่ฉันก็เล่นมันมาจนถึงมอ2ในระยะเวลาเกือบ6ปีที่ฉันเล่นแบตมินตัน แล้วตอนที่ฉันได้รับรางวัลชนะเลิศอย่างไม่คาดฝัน ฉันรู้สึกดีใจมากๆ และประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักของผู้คนในตอนนั้น อีกทั้งในตอนนั้นโค๊ตที่คอยฝึกสอนฉันที่เป็นคนน่ากลัวมาตลอด ก็พูดชมเชยฉัน ฉันรู้สึกดีใจมากกว่าอะไรทั้งสิ้นเลยค่ะ ตอนที่ได้มาเล่นแบตมินตันฉันรู้ซึ้งและสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ว่า “ไม่ว่าจะทุกข์ใจหรือรู้สึกเจ็บปวดมากสักแค่ไหน ขอแค่พยายามทำมันในที่สุดผลของมันก็จะมาหาเรา” ล่ะ แล้วโค๊ตก็พูดกับฉันว่า “ผมไม่ได้บ้านะ เป็นที่หนึ่งในญี่ปุ่นให้ได้นะ!” มันเป็นคำพูดที่ฟังดูยิ่งใหญ่มากเลย ฉันทำตามคำพูดของโค๊ตโดยการพยายามมุ่งหน้าไปสู่สิ่งที่ทำอยู่ด้วยกำลังทั้งหมดที่มี แล้วในทุกๆวันโค๊ตก็เขียนข้อความแนะนำรายละเอียดต่างๆในสมุดโน้ตที่เขียนถึงเป้าหมาย และทบทวนตัวเองของฉันให้ฉันจนเต็มสมุดโน๊ตไปหมด ฉันเองก็จะต้องเอาจริงเอาจังในการมุ่งสู่เป็นที่หนึ่งในญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน!! ความฝันนั้นของฉันไม่สามารถทำให้มันเป็นจริงได้ แต่ว่าฉันก็ได้ที่1ในฟุกุโอกะ ฉันมีความรู้สึกขึ้นมาจริงๆเลยว่า “เพราะโค๊ตที่คอยเลี้ยงดูและดูแลเรา” ค่ะ

ช่วงที่ฉันเล่นแบตมินตันมาเรื่อยๆจนถึงชั้นมอ2 ในช่วงมอ2ฉันก็ถูกชักชวนเข้าทำงานในบริษัท และเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ลงในนิตยสารล่ะ มันสนุกมากๆเลย แล้วฉันก็ตกหลุมรักในเสน่ห์งานในการเป็นนางแบบเลยล่ะ การตัดสินใจที่จะย้ายมาอยู่ที่โตเกียว ถ้าฉันบอกเรื่องนี้กับโค๊ตแล้วล่ะก็ ฉันรู้สึกว่าเค้าจะต้องทำตัวเย็นชากับฉันทันทีแน่ๆ ความรู้สึกที่ “เพราะว่าต้องซ้อมอย่างเข้มงวดก็เลยจะหนีมันไป” มันเป็นความรู้สึกที่ส่งผลกับฉันเป็นอย่างมาก ฉันเลือกที่จะทำงานในเส้นทางในการเป็นนางแบบ เพราะอย่างนั้นแล้วเส้นทางชีวิตฉันควรจะเลือกเอง ทั้งๆที่มันช่วยไม่ได้ที่ฉันจะต้องเลือกมันก็ตาม......แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนกำลังทอดทิ้งอีกสิ่งหนึ่งไป รู้สึกเหงาแล้วก็เปล่าเปลี่ยวมากเลยล่ะ...... ที่ฉันมาที่โตเกียวก็เพื่อค้นหางานใหม่ๆ แม้แต่ตอนนี้เองฉันก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่มี พูดกับตามตรงเลยว่ามันมีความรู้สึกที่อดรนทนไม่ไหวด้วย ในงานอาชีพนางแบบนั้นมีเรื่องที่ต้องใช้ความสามารถของเรามากกว่าตอนที่เล่นกีฬามากกว่าหลายเท่า บางครั้งฉันก็เคยคิดว่า “ตัวฉันไม่มีเสน่ห์ดึงดูดอะไรเลยสินะ” แล้วน้ำตาก็จะไหลออกมา ฉันเป็นคนที่มีนิสัยที่คิดมากแล้วก็จะปวดหัวไปหมดค่ะ แต่ว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปฉันจะไม่เอาคำพูดตรงนั้นมาอ้างและจะไม่คิดมากเกินไป ฉันจะพยายามยิ้มเท่าที่จำได้เลยค่ะ! แล้วก็ ฉันอยากจะเป็นเด็กอย่างที่โค๊ตสอนให้ได้เลยค่ะ!!



มาริยะมาเนีย (ภาพเล็กๆด้านข้าง)
โน้ตแบตมินตันตอนวัยรุ่น
“พูดถึงความมั่นใจแล้ว สิ่งที่เราจะต้องมั่นใจนั้นก็คือตัวของเราเอง เป็นสิ่งที่เราจะต้องตัดสินใจว่าเราจะต้องชนะให้ได้ มีความเชื่อมั่นและเล่นมันออกมา พยายามทำให้ดีที่สุด!!” มันเป็นคำพูดที่ปลุกใจเลยค่ะ


วันนี้ของมาริยันนุ : ช่วงนี้ฉันยุ่งมากเลยไม่ค่อยได้ไปโรงเรียนเลย และช่วงที่ไปทัศนศึกษาที่เกาะคิวชู ฉันรู้สึกว่า “รู้สึกกังวลใจเกี่ยวกับทุกๆคนจัง” แล้วเพื่อนๆก็คุยโม้กลับมาว่า “มากับพวกเราสิ~ มาสร้างความทรงจำด้วยกันเถอะนะ!” ฉันได้รับเมล์มาจากเพื่อนร่วมชั้นเดียวกันล่ะ




3 ความคิดเห็น:

  1. ตัวเอง เค้าอ่านแล้วซึงมากเลยอ่ะ มาริเองเจออะไรมาเยอะเลยแต่ว่ามาริก็ยังสู้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก้อต้องทำความฝันตัวเองให้เป็นจริงให้ได้เนอะ อ่านแล้วได้กำลังใจและทำให้เรามุ่งมั่นทำความฝันของตัวเองด้วย เย้ สู้ไปพร้อมๆๆกันเนอะ ว่าแต่มาริรูปนี้สวยจังเลยฮ่าๆๆ

    ตอบลบ
  2. มาริจาง~~ Fighto! Fighto!
    ไม่ว่าจะการเป็นนางแบบ หรือสิ่งที่มาริสนใจ
    ในพจนานุกรมของมาริจังคงไม่มีคำว่า "ยอมแพ้" สินะ
    จะคอยเป็นกำลังใจให้มาริจังตลอดไปเลยนะ^^
    เพราะฉะนั้นแล้ว พยายามเข้าน้า~*0*
    .....................................
    ขอบคุณสำหรับทรานซ์ดีๆแบบนี้ค่ะพี่วีนัส
    มีใจนักสู้ขึ้นมาเลยล่ะ><b

    ตอบลบ
  3. อ่านแล้วทำไมรู้สึกอยากจะร้องไห้จังเลย ไม่รู้สิน้าาา 55
    มาริยะเนี่ยทำให้รู้สึกถึงความทุ่มเทจังเลยน้าาา
    เป็นคนที่ทุ่มเทมากๆอะ จริงจังแล้วก็แข็งแกร่ง ทั้งๆที่รูปร่างดูจะเปราะบาง
    แต่ว่าจิตใจกลับเข้มแข็งมากๆเลยเนอะ

    พึ่งรู้นะเนี่ยว่าครอบครัวมาริยะเป็นครอบครัวนักกีฬา
    สุดยอดเลยอะ คงจะได้เรื่องเป็นคนมีความรับผิดชอบมาจากตรงนี้สิน้าาา

    เค้าชอบตรงนี้ที่สุดเลย “ไม่ว่าจะทุกข์ใจหรือรู้สึกเจ็บปวดมากสักแค่ไหน ขอแค่พยายามทำมันในที่สุดผลของมันก็จะมาหาเรา” จะเก็บมาเป็นกำลังใจ ในการทำอะไรต่างๆเราต้องอดทนสินะ อย่าหลีกหนีมันสินะ เอาละต่อจากนี้ไปจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว เค้าอาจจะดูพูดเว่อร์ๆไป แต่มันก็ออกมาจากใจจริงๆนะ ฮ่าาาา วีนัสก็สู้ๆนะ ทำความฝันให้เป้นจริงให้ได้นะ เค้าจะรอดูความสำเร็จของตัวเองนะ ทำทุกอย่างที่ตัวเองรักให้ประสบความสำร็จในทุกๆเรื่องกันเถอะ ถ้าพยายามให้ถึงที่สุด ถึงแม้จะเหนื่อย เจ็บปวด แต่มันก็คุ้มกับความสำเร็จใช่มั้ยละ ^^ สู้ๆน้าา ทั้งมาริยะแล้วก็วีนัส

    ตอบลบ

มาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาริยะกันน้า