- - - - - 3 - - - - -
“เฮ้! เรียวสุเกะ!”เสียง มิราอิดังแต่เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ร่างเล็กส่วนสูงไล่เลี่ยกันเดินขนาบข้างเด็กหนุ่มเดินเข้าโรงเรียน
“นายเห็นยูริป่ะ?”มิราอิชะเง้อคอมองหาเพื่อนหนุ่มหน้าหวานที่ยังไม่โผล่หัวมาสักที
“ไม่เห็นนะ เดี๋ยวคงมาล่ะมั้ง”เรียวสุเกะ วางกระเป๋าลงบนเก้าอี่นั่งของตัวเอง อยู่ดีๆก็รู้สึกกลัวที่จะนั่งข้างๆยูโตะขึ้นมาซะดื้อๆ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ยูโตะเดินเข้ามาในห้องเรียนพอดี
ยูโตะวางกระเป๋านักเรียนลงข้างๆ โต๊ะเรียน สีหน้าซีดจางเหมือนคนหมดแรง สังเกตได้จากริมฝีปากที่แห้งผากซีดขาว ร่างนั้นฟุบลงกับโต๊ะเรียนแทบจะทันทีที่นั่งเก้าอี้ เรียวสุเกะตกใจกับเสียงฟุบของยูโตะไม่ต่างจากเพื่อนคนอื่นๆในห้อง
“โอ๊ะ! ยูริ ทำไมวันนี้นายมาสายจังล่ะ”มิราอิ วิ่งไปหายูริที่พึ่งเดินเข้ามาในห้องหลังจากยูโตะไม่นานมากนัก
“อ่อ พอดีเมื่อคืนนอนดึกไปหน่อยน่ะ”ยูริมีน้ำเสียงที่ อ่อนแรง ร้อนถึงทาคาคิที่นั่งอยู่เกือบหลังห้องวิ่งแจ้นมาถึงหน้าห้อง
“ทำไมนายถึงไม่นอนให้เต็มที่ ล่ะ มันไม่ดีนะรู้มั้ย”หนุ่มผมทองเดินประชิดยูริ
“เรื่องของฉันโว้ย!”ยูริปัดมือที่โอบไหล่ร่างจองตนออกอย่างไม่ใยดี
คาบเรียนช่วงเช้าดำเนินไปอย่าง เชื่องช้า ยูโตะนอนฟุบตั้งแต่เช้าเรียวสุเกะยังไม่เห็นเจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาสักที แต่เขาเองก็แปลกใจอาจารย์เป็นอย่างมากที่ทำราวกับว่ายูโตะไม่ได้อยู่ในห้อง แต่เมื่อเขาทราบความจริงจากมิราอิแล้ว เรื่องที่สงสัยเมื่อครู่ก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว
‘นายก็รู้ หมอนั่นนอกจากไม่เป็นมิตรกับเพื่อนแล้วยังแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวกับอาจารย์ อีกต่างหาก ตอนแรกอาจารย์ก็ไม่ยอมหรอกนะ แต่นานๆเข้าก็ปล่อยให้เลยตามเลย’
‘จริงหรอ?’
‘ก็จริงน่ะสิ ความจริงแล้วกฎของโรงเรียนนี้เข้มงวดมากเลยนะ นายคงไม่รู้อะไรมาก แต่การเรียนของเราถ้าไม่ถึงเกณฑ์อาจจะถูกเรียกพบผู้ปกครอง ถ้าเรียกพบผู้ปกครองแล้วผลการเรียนยังไม่ดีขึ้นอีกก็อาจจะโดนไล่ออกได้นะ’
‘ห๊ะ!? จริงหรอ!?’
‘แต่หมอนั่นนอกจากจะไม่เรียน แล้ว สอบทุกครั้งยังทำคะแนนได้สูงที่สุดของระดับชั้นอีกต่างหาก’
‘จริงหรอ!’
‘นายพูดเป็นอยู่แค่ประโยค เดียวหรือไง= =’’
“เรียวสุเกะ ไปทานข้าวกลางวันกันเถอะ”มิ ราอิยืนกวักมือเรียกเรียวสุเกะอยู่หน้าประตูห้อง ในห้องเรียนตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว เหลือเพียงเขาและยูโตะที่นอนฟุบอยู่เท่านั้น
“อื้อ”เรียวสุดเกะเก็บเครื่องเขียนใส่กระเป๋าตัวเอง ลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะลุกออกจากที่ เสียงหอบหายใจแรงของร่างที่นอนฟุบอยู่บนโต๊ะเรียกความสนใจให้เด็กหนุ่มมอง ด้วยสายตาเป็นห่วง แม้จะรู้สึกกลัวอยู่ลึกๆก็ตาม
“นี่ นาย.. ไม่สบายหรอ พักที่ห้องพยาบาลดีกว่ามั้ย”เรียวสุเกะพูดเสียงแผ่ว เบาแต่หนักแน่นไปด้วยความหวังดี
“เรียวสุเกะ เดี๋ยวนายก็โดนหมอนั่นฆ่าเอาหรอก มานี่เร็ว”มิราอิก ระซิบกวักมือเรียกเรียวสุเกะมือแทบหลุด ยูริที่ยืนรออยู่ข้างๆเองก็กวักมือเรียกเขาเหมือนกัน
“เอ่อ..นาย”เรียวสุเกะกลั้นใจสะกิดไหล่ร่างที่ฟุบนอนอยู่บนโต๊ะ
ฟึ่บ~!
ชั่วพริบตาที่มือของเรียวสุเกะแตะ ไหล่ของยูโตะ มือของอีกฝ่ายตวัดจับหมับเข้าที่ข้อมือของเรียวสุเกะอย่างรวดเร็ว เรียวสุเกะเบิกตาด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่มิราอิทำหน้าราวกับอยากจะเข้ามาตั้นหน้าเรียวสุเกะสักยก
มือที่บีบข้อมือของเรียวสุเกะนั้น บีบแน่นเสียจนเขารู้สึกเจ็บ ใบหน้าของยูโตะก้มต่ำจนคางแทบจรดหน้าอก ร่างสูงหอบหายใจถี่รัวมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งบีบข้อมือของเขาแรงมากขึ้นเท่า นั้น
“เอ่อ..”เรียวสุเกะรู้สึกกลัวจนไม่กล้า มองหน้าอีกฝ่าย เขาพยายามดึงข้อมือตัวเองออกมาจากมือของยูโตะ แต่ดูท่าทางจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เด็กหนุ่มหันไปทางเพื่อนทั้งสองคน แต่สองคนนั้นทำเพียงแค่ส่งสายตาเคียดแค้นมาให้เท่านั้น
“เอ่อคือ..ปละ..ปล่อยฉันเถอะ”เรียวสุเกะพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่อ้อนวอน
“นะ..”
“ฮะ?”เรียว สุเกะหยุดการดิ้นรน
“น่ะ..น้ำ”เสียงแหบพร่าแผ่วเบาเท่า เสียงกระซิบ แต่เรียวสุเกะกลับได้ยินมันชัดเจน เรียวสุเกะเอื้อมมือที่ว่างหยิบกระติกน้ำเหล็กในกระเป๋าของตัวเอง รินน้ำใส่แก้วส่งให้ยูโตะ
มือขาวซีดแทบเป็นสีเดียวกันกับ กระดาษคว้าแก้วน้ำกระดกดื่มลงคออย่างรวดเร็ว เสียงหอบหายใจดังขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เมื่อมือของเรียวสุเกะเป็นอิสระ เขารีบวิ่งออกจากโต๊ะของตัวเองทันที มิราอิวิ่งเข้ามาดึงเสื้อเรียวสุเกะออกจากห้อง
ตุบ~
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะก้าวพ้นขอบ ประตู ร่างสูงที่เดินตามผมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ล้มลงบนพื้น
“เฮ้ยๆ”ยูริร้องด้วยความตกใจวิ่งเข้ามาประคองยูโตะที่ล้มฟุบอยู่กับพื้น ในขณะที่ผมที่ยืนใกล้ที่สุดยืนเอ๋อมองเหตุการณ์ตรงหน้าเหมือนคนจิตหลุด
“ปล่อย”เสียงต่ำแหบพร่าดังขึ้น ยูริปล่อยมือทันที
ผมจะเดินเข้าไปจะช่วย แต่ยูริลากผมออกไปนอกห้องก่อน
“อย่าไปยุ่งกับเขาเลย”คำพูดของยูริเหมือนกับคำสั่ง จริงๆแล้วผมก็ไม่อยากยุ่งกับเขานักหรอก
ช่างเป็นคนที่มีนิสัยไม่น่าคบเสีย จริง ทั้งๆที่ยูริตั้งใจจะช่วงแท้ๆ ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงไม่มีเพื่อน
คาบ เรียนช่วงบ่ายกำลังเริ่มขึ้น พักกลางวันผมกินไปเยอะมาก พอเริ่มเรียนช่วงบ่ายก็รู้สึกง่วงมากจนอยากจะขอตัวไปนอนห้องพยาบาล= =
ผม ฝืนถ่างตาเดินหอบหนังสือไปเรียนที่ห้องแลปวิทยาศาสตร์
ฮ้า ว –O- ผมหาวเป็นรอบที่สิบ จนน้ำตาไหลเป็นทางยาว ง่วงชะมัด ผมคิดถึงเตียงนอนที่บ้านจัง
เพื่อน ร่วมห้องส่วนใหญ่นั่งอยู่ในห้องแล้ว ผมมองหามิรัยและยูริ สอง คนนั้นกวักมือเรียกผมยิกๆ
ที่ นั่งริมหน้าต่างหลังห้องพอดีเลย อย่างนี้ค่อยหาทางแอบงีบได้หน่อย อิอิ><~
ผม เดินผ่านโต๊ะด้านหน้าของห้อง เพื่อนร่วมห้องบางคนยิ้มให้ผมอย่างเป็นมิตร บางคนก็ชักชวนผมร่วมนั่งโต๊ะด้วย ผมนั่งลงฝั่งตรง ข้ามยูริและมิรัย โต๊ะเรียนในห้องแลปวิทยาศาสตร์จะเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมตัวใหญ่ นั่งโต๊ะละประมาณ 4-5คน
ผมฟุบลงนอนบนโต๊ะพักสายตาสักแปป ยูริก็ปลุกให้ผมตื่น และเมื่อผมเงยหน้าขึ้น
ยู โตะนั่งอยู่ข้างๆผม เท่านั้นไม่พอ ยังจ้องผมเขม็งอีกต่างหาก ผมหันไปมองหน้ามิรัยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอส่ายหน้าดิกทำสีหน้าไม่รู้เรื่อง ผมยิ้มแห้งๆให้ยูโตะ
ใบ หน้านิ่งๆ สายตาเย็นๆแสกนมองผมทั่วทั้งตัว อะไรเนี่ยย! ชักจะไร้มารยาทเกินไปแล้วนะ!
ถึง แม้ผมจะรู้สึกไม่พอใจที่เขามองผมอย่างไร้มารยาท แต่ผมทำได้เพียงแค่พูดว่า..
“เอ่อ..ฉันมีอะไรหรอ?” ผมสำรวจร่างกายตัวเอง ยูโตะขมวดคิ้วให้ผมเป็นคำตอบก่อนจะหันหน้าไปฟังอาจารย์
ฮ่วย! อะไรของเขาเนี่ย ทำไมผมต้องมาเจอคนแปลกๆแบบนี้ด้วยนะ T^T~
ตลอดคาบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ พอผมเผลอทีไรยูโตะก็จะจ้องหน้าผม สายตาของเขาเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่างในตัวผม ที่ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงมองผมด้วยสายตาแบบนั้น
ผม รำคาญที่เขามองผมตลอดเวลาก็จริง แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ผมทำได้ดีที่สุดก็คือทำเป็นมองไม่เห็นว่าเขามองก็เท่านั้น
วันนี้ช่วงเย็นเป็นเวรทำความสะอาดของผม โชคร้ายชะมัดที่วันนี้ผมต้องทำคนเดียว วันนี้ห้องรกมาก ขยะงี้ล้นออกจากถุงขยะอย่างกับภูเขาไฟระเบิด ผมต้องรอให้เพื่อนทุกคนกลับบ้านถึงจะเริ่มทำความสะอาดได้ ผมจัดโต๊ะ เช็ดกระดาน ถูพื้น ปิดหน้าต่าง ผมเดินหิ้วถังน้ำลงไปเทที่อ่างน้ำด้านล่าง ขึ้นไปบนห้องอีกครั้งก็เห็นยูโตะนั่งอยู่ในห้องแล้ว
ตอน นี้เหลือผมกับเขาแค่สองคน แถมตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว เกือบๆ6โมงกว่าๆเห็นจะได้ สถานการณ์ตอนนี้ผมควรจะรีบกลับบ้านให้ไวที่สุด..
ยู โตะยังคงมองผมด้วยสายตาที่เหมือนตอนคาบวิทย์ไม่มีผิด ผมรีบคว่ำถังน้ำเก็บไม้ถูพื้นเข้าที่ คว้ากระเป๋าเตรียมเผ่นออกจากห้อง
“ยากนะ”
ฮึ? เขาพูดกับผมหรอ? หมอนี่พูดกับคนอื่นเป็นด้วยงั้นหรอ สงสัยผมคงหูฝาดไป
ผมสะพายกระเป๋าตั้งท่าจะเดินต่อ..
“คิดอะไรอยู่?”
“เย้ย!”ผมร้องด้วยความตกใจที่อยู่ดีดียู โตะก็มายืนอยู่ด้านหลังผม ตะกี้ยังนั่งอยู่หน้าห้องอยู่เลยนะ ภาพที่เขากระโดดลงจากหลังคาบ้านยังติดฝังแน่นอยู่ในหัวผมเปรียบเสมือนกาว เหนียวหนึบที่แกะยังไงก็ไม่มีทางแกะออก
“คิดอะไร?” เขาเดินเข้ามาใกล้ผมมากยิ่งขึ้น แสงอาทิตย์สีส้มสาดเคลือบใบหน้าของยูโตะ
เป็น ครั้งแรกที่ผมได้เห็นหน้ายูโตะใกล้มากขนาดนี้..
หล่อ มาก! ทำไมหมอนี่ถึงได้หน้าตาดีขนาดนี้เนี่ย!
ถ้าผมไม่รู้จักเขา ผมคงคิดว่าเขาเป็นคนที่หล่อและนิสัยดีแน่ๆ แต่ท่าทีไม่เป็นมิตรของเขามันลบล้างความรู้สึกผมส่วนนี้ออกไปจนหมด เหลือแต่ความระแวง และหวาดกลัวT_T~
“ฮึ?”ผมอ้ำอึ้งเมื่อยูโตะเขยิบใบหน้าเข้า มาใกล้ผมมากยิ่งขึ้น ดวงตาคมจ้องผมไม่กระพริบตา
“คะ..คิดว่า จะกลับบ้าน”ผมละล่ำละลัก ตอบกลับไป
คำตอบของผมคงจะทำให้ยูโตะแปลกใจไม่มาก ก็น้อย เขาขมวดคิ้วจนแทบจะเป็นเส้นตรงต่อกัน ริมฝีปากได้รูปเผยอเอื้อนเอ่ยคำพูดสั้นๆ
“หรอ”
“อื้อ”
ผม รีบเดินหนีจากเขามาแทบทันที ให้ตายเหอะ.. ผมพึ่งรู้ตัวว่าตัวเองกลั้นหายใจตลอดเวลาที่คุยกับหมอนั่น ดูแต่ละคำพูดที่พูดมาสิ โคตรจะเข้าใจเลยเหอะ - -*
Next part please wait..
------------------------------------------------------------
talk : นี่ๆ (ซุบซิบๆ) โตะดูลึกลับขนาดนั้นเลยหรอ 555+
แต่จริงๆ แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆนะ คาแรกเตอร์ต่างจากไดอารี่ของยามะจังมากมาย = ='~ เอาเป็นว่าขอบคุณทุกๆคอมเม้นส์จริงๆนะคะ และแต่ละตอนจะยาวหรือสั้นนั้นขึ้นอยู่กับความอู้ของวีนัสค่ะ 55+ ฟังเพลงหน้าหลักยังเอ่ย? ชอบนะเพลงนั้น ฟังแล้วจิตๆดี คึคึ -..- 555+
Next part please wait..
------------------------------------------------------------
talk : นี่ๆ (ซุบซิบๆ) โตะดูลึกลับขนาดนั้นเลยหรอ 555+
แต่จริงๆ แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆนะ คาแรกเตอร์ต่างจากไดอารี่ของยามะจังมากมาย = ='~ เอาเป็นว่าขอบคุณทุกๆคอมเม้นส์จริงๆนะคะ และแต่ละตอนจะยาวหรือสั้นนั้นขึ้นอยู่กับความอู้ของวีนัสค่ะ 55+ ฟังเพลงหน้าหลักยังเอ่ย? ชอบนะเพลงนั้น ฟังแล้วจิตๆดี คึคึ -..- 555+
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
มาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาริยะกันน้า