- - - - - 8 - - - - -
เรียวสุเกะรู้สึกชาหนึบที่ลำคอเหมือนเป็น เหน็บ ใบหน้าตื่นตระหนกของมิราอิปรากฎเด่นชัดจนเขามองไม่เห็นบรรยากาศโดยรอบ เรียวสุเกะยันตัวขึ้นนั่ง หลังมือเท้าลงที่ข้างลำตัว สัมผัสอุ่นๆเหนอะๆเรียกให้เรียวสุเกะเหลียวสายตาหันไปมอง กองเลือดกองเบ้อเริ่มเต็มพื้นห้องเรียนไปหมด กลิ่นคาวเลือดส่งกลิ่นชวนคลื่นเหียน แม้ว่าจะเป็นเลือดตัวเองแต่ก็อดจะรู้สึกอยากอ้วกไม่ได้
“อุ่บ”เรียวสุเกะตะครุบมือปิดปากไว้ได้ ทันท่วงที กลิ่นน้ำย่อยชวนเวียนหัวกำลังทำร้ายเรียวสุเกะอย่างร้ายกาจ
“อย่าเป็นอะไรนะ! ใช่! ห้องพยาบาล! ฉันจะพานายไปห้องพยาบาล!”มิราอิพยายามพยุงร่าง เรียวสุเกะอย่างเงอะๆงะๆ
พรวด~
ของเหลวข้นเหลืองมาพร้อมกลิ่นอาหารเก่า พุ่งออกมาจากปากเรียวสุเกะเปรอะเต็มพิกัดบนเสื้อสูทด้านนอกของมิราอิ เธอไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก เธอคิดอยู่เพียงอย่างเดียวคือพาเรียวสุเกะไปห้องพยาบาลให้เร็วที่สุด และในขณะที่เธอกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะยกตัวเรียวสุเกะในสภาพ โก่งคออาเจียนพุ่งเป็นน้ำจากสายดับเพลิง ยูริที่พึ่งตัดสินใจได้ว่าตัวเองต้องเข้ามาช่วย
“นายจัดการที่เหลือ เดี๋ยวฉันพาไปเอง”มิราอิบอกยูริที่ทำสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อเห็นกองเลือดชัดๆ ว่ามันมากกว่าที่เขาเห็นจากด้านนอกห้อง
มิราอิจับเรียวสุเกะขึ้นขี่หลัง วิ่งอย่างทุลักทุเลไปที่ห้องพยาบาล แต่เมื่อไปถึงห้องพยาบาล
“เวร! ยังไม่เปิด!”มิราอิตะโกนอย่างหัวเสีย เป็นเวลาเดียวกันกับที่เรียวสุเกะรู้สึกดีขึ้นจากเดิมนิดหน่อยหลังจาก อาเจียนใส่ไหล่เพื่อนสาวตลอดระยะทางระหว่างห้องเรียนถึงห้อพยาบาล
“ฉันไม่เป็นไร”เรียวสุเกะลงจากหลังมิราอิ ยืนโอนเอนบนพื้น
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ หมอนั่นมันทำอะไรนายน่ะ!”
“ไม่ ได้ทำอะไรหรอก”เรียวสุเกะปฏิเสธ และพึ่งสังเกตได้ถึงคราบอาเจียนเปื้อนเต็มตัวมิราอิ ราวกับเอากล้วยบดราด
“นายไม่ควรยุ่งกับหมอนั่นเลยนะ!”
“อื้อ ฉันก็ไม่ได้ปรารถนาจะยุ่งด้วยนักหรอก”
“นายโอเคดีใช่ไหม?”มิราอิเดินวนรอบตัว เรียวสุเกะราวกับเรด้าหาสิ่งแปลกปลอมบนร่างกายของเรียวสุเกะ
“อื้อ”
มิราอิสวมกอดเรียวสุเกะอย่างนิ่มนวล คิ้วโค้งสวยทิ้งตกลงอย่างโล่งอก
“ดีจังเลย ฉันเป็นห่วงแทบแย่”
“...”
อ้อมกอดของมิราอิเรียวสุเกะรู้สึกอบอุ่น อย่างแปลกประหลาด เขารู้สึกคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้อย่างบอกไม่ถูก จู่ๆน้ำตาก็พาลรื้อที่ขอบตาอย่างไร้ซึ่งเหตุผล
“เอ๋? นายร้องไห้ทำไมกัน!? เจ็บหรอ?”มิราอิร้อนรน มือเล็กเรียวลูบปาดหยาดน้ำตาออกจากแก้มใส
“ฮึก”ยิ่งโอบประโลม ก็ยิ่งจะทำให้เรียวสุเกะร้องหนัก
“เป็นอะไรน่ะ!?”มิราอิจิตตกทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
เรียวสุเกะสะอึกสะอื้นร้องไห้จนตัวโยน มืออวบขยี้ตาร้องไห้โยเยเป็นเด็กๆ
“...”มิราอิร้อนรนเลือกไม่ถูกว่าจะปลอบ เรียวสุเกะในรูปแบบไหน
เรียวสุเกะรู้สึกจุกอกเมื่อเห็นสายตาเป็นห่วงของมิราอิ..
“แม่..”เรียวสุเกะพึมพำในลำคอ
มิราอิตกตะลึงเบิกตาโต เมื่อได้ยินเรียวสุเกะเรียกออกมาแบบนั้น ปฏิกิริยาของมิราอิเริ่มเปลี่ยนไป เธอทรุดลงนั่งยองๆกับพื้น รู้สึกปวดตุบที่ศีรษะราวกับถูกคีมบีบ มือแข็งเกร็ง หายใจไม่ออกเหมือนถูกบีบอากาศออกจากร่าง
“กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!”เธอกรีดเสียงร้องแหลมต่อต้านร่างกายของตัวเองที่เริ่มเปลี่ยนไป ควันสีขาวเป็นไอลอยมาจากริมฝีปากของเธอ ร่างบางกระตุกเกร็งเหมือนคนจมน้ำขาดอากาศหายใจ เรียวสุเกะนั่งลงข้างๆร่างบาง ในใจรู้สึกสงบอย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับลึกๆนั้นเขากำลังรอคอยการกลับมาของผู้เป็นแม่
“เรียวสุเกะ”เสียงของมิราอิเปลี่ยนไป เสียงของเธอแก่ชราแต่เปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวลและอ่อนโยน
“แม่”เรียวสุเกะกอดร่างมิราอิ น้ำตาไหลพราก เขารู้สึกโหยหาความรู้สึกนี้มานานมากเหลือเกิน
น่าแปลกที่เขากลับไม่รู้สึกแบบนี้กับแม่ ของเขา
เรียว สุเกะ เด็กชายผู้น่าสงสาร ชีวิตของเขาต้องแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล แม้กระทั่งความทรงจำในอดีตก็ไม่หลงเหลือ ความ
ทรงจำในอดีตที่เขานึกได้ เพียงอย่างเดียวคือ เขาตื่นขึ้นมาในห้องนอนของตัวเอง โดยที่รู้ความจริงเพียงอย่างเดียวคือ เขาได้รับอุบัติเหตุร้ายแรง กลายเป็นเจ้าชายนิทรา
ถึงแม้จะได้ยินมาแบบนั้น แต่เรียวสุเกะกลับรู้สึกต่อต้าน จิตสำนึกเค้ารู้สึกต่อต้าน
มีบางอย่างที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนั้น และเหตุผลนั้นต้องไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอน
“แม่ขอโทษ”เรียวสุเกะส่ายหน้าทั้งน้ำตา กอดแม่ในร่างมิราอิ ไร้ซึ่งข้อกังขาใดๆ
“ผมคิดถึงแม่”เรียวสุเกะร่ำไห้บอกผู้เป็น แม่ทั้งน้ำตา
“แม่ คิดว่าจะไม่มีวันนี้อีกแล้ว..เรียวสุเกะ ลูกช่างน่าสงสารมากเหลือเกิน”
เรียวสุเกะพึ่งรู้ความจริงชวนตกตะลึงที่ ว่าแม่ที่แท้จริงของเขา อาศัยซ่อนเร้นอยู่ในร่างของมิราอิมานานแสนนาน โดยที่เจ้าของร่างไม่รู้ตัว เธอเฝ้าคอยมองลูกชายของเธออย่างเจ็บปวด วันนี้การรอคอยของเธอได้จบลงแล้ว ในที่สุดเรียวสุเกะก็รับรู้ได้ถึงตัวตนของเธอ
“ผม จำไม่ได้”เรียวสุเกะรู้สึกสับสนทุกครั้งที่พยายามนึกถึงอดีต ราวกับเขาถูกดูดดึงลงไปในอุโมงค์อันมืดมิดไร้ซึ่งทางออก
ตอนนี้เรียวสุเกะกำลังยืนอยู่ข้างๆแม่ของ ตนในร่างของมิราอิ แม่กำลังล้างคราบอาเจียนของผมออกจากชุดสูทด้านนอก
“มิราอิเธอเป็นคนที่จิตใจดี”แม่พูดขึ้น พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าลวดลายน่ารักชุบน้ำจากก๊อกน้ำของโรงเรียน เช็ดคราบอาเจียนบนเสื้อของเรียวสุเกะ
“แต่แม่ออกมาแบบนี้ได้ชั่วคราวเท่านั้น”
“ทำไมล่ะครับ”
“ถ้าแม่อยู่นานมากกว่านี้ เจ้าของร่างอาจจะถูกแม่ใช้พลังไปจนหมด จนไม่สามารถกลับมาร่างของตัวเองได้อีกเลย”
เรียวสุเกะพยักหน้าฟังที่แม่พูดอย่าง ตั้งใจ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเรียวสุเกะสับสน
“ลูกถูกลบความจำ เพราะพ่อของยูโตะ”
ยังไม่ทันที่เรียวสุเกะจะทันเข้าใจอะไร ร่างของมิราอิก็ล้มลงพิงตัวเขา เหตุการณ์ที่เกิดเมื่อครู่กับคำพูดประโยคสุดท้ายที่เรียวสุเกะได้ยิน ช่างเป็นเรื่องที่ทำใจเชื่อยากเหลือเกิน แต่เขามั่นใจว่าต้องใช่แม่ของเขาแน่ๆ ถึงแม้มีข้อพิสูจน์เพียงอย่างเดียวคือความรู้สึกคุ้นเคยของเขา แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เขาเชื่อและกระหายที่จะค้นหาความจริงในอดีตว่าอะไร ที่ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ไปได้..
เรียวสุเกะกลับมาในห้องเรียนอีกครั้ง พร้อมมิราอิที่ซึมลงไปนิดหน่อย เธอบ่นว่าเวียนหัวนิดหน่อย มิราอิกลับไปนั่งที่และถูกยูริไต่สวนทันที เรียวสุเกะนั่งลงที่โต๊ะของตัวเอง ยูโตะยังไม่กลับมาที่ห้อง
ฉันคิดถึงนาย...เรียวจัง
เรียวสุเกะสะดุ้งลุกขึ้นยืน ทุกคนในห้องเงียบกริบหันมามองเรียวสุเกะพร้อมกัน เขายิ้มแห้งๆก่อนจะนั่งสงบลงเหมือนเดิม จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงกันล่ะ เขาได้ยินเสียงความคิดของยูโตะนี่!
สรุปเขากับยูโตะเคยเป็นคนรักกันมาก่อน จริงๆหรอเนี่ย? เรียวสุเกะครุ่นคิดปัญหานี้อย่างจริงจัง ความเป็นไปได้ที่เขาจะคบกับคนน่ากลัวแบบนั้นมีเพียง หนึ่งเปอร์เซ็นต์จากล้านเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้
ทำไมต้องเป็นยูโตะด้วยล่ะ? ผมเป็นผู้ชาย อะไรที่ทำให้สนใจผมกันนะ..
เรียวสุเกะเท้าคางมองมิราอิที่นั่งอยู่อีก ฟากของห้อง ในร่างของมิราอิมีวิญญาณของแม่อาศัยอยู่ เรียวสุเกะทั้งรู้สึกดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน เรื่องนี้เขาต้องเก็บเป็นความลับ
เรียว สุเกะเดินเหม่อลอยระหว่างทางเดินจากอาคารเรียนถึงหน้าโรงเรียน เรียวสุเกะเดินเลยผ่านเคย์ที่มารอรับตั้งแต่โรงเรียนยังไม่เลิกโดยที่เจ้า ตัวไม่ทันได้สังเกต เคย์วิ่งเข้าไปจี๋เอวเรียวสุเกะ
“อ๊ะ! พี่”
“มัวเหม่อลอยคิดถึงใคร ถึงมองไม่เห็นพี่หืม?”เคย์ดึงกระเป๋าของเรียวสุเกะมาสะพาย
“ไม่เป็นไรหรอก ผมถือได้”เรียวสุเกะยิ้มเกรงใจ
รอยยิ้มเกรงใจในแบบที่เคย์ไม่เคยเห็นมา ก่อน มันทำให้เขาคิดว่าเรียวสุเกะต้องไปรู้เรื่องอะไรมาแน่ๆ
“งั้นไปหาอะไรทานแถวนี้ไหม พี่เลี้ยงเอง^^”เคย์ยิ้มอย่างใจดี เรียวสุเกะยิ้มกว้างพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น เคย์ยิ้มกว้างจูงมือน้องชายข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม
“อื้มม อร่อย!”เรียวสุเกะยิ้มกว้างในมือถือเครปเจ้าโปรดหน้าโรงเรียน เคย์ยื่นน้ำผลไม้กระป๋องที่พึ่งไปกดจากตู้ให้เรียวสุเกะ
“ลองชิมดูสิ”เรียวสุเกะยื่น เครปส่งให้เคย์ที่ทำหน้าอยากอ้วกขึ้นมาแว้บหนึ่ง
“ไม่ล่ะ กินมาแล้วน่ะ^^”เคย์ดันเครปนั้นออกห่าง
“ที่แท้ก็กินมาก่อนแล้วนี่เอง”เรียวสุเกะ งับเครปเสียงดับกรุบ มือเล็กอวบงัดฝากระป๋องน้ำผลไม้เปิดออก
ช่วงที่เรียวสุเกะสาละวนกับการกินอยู่ นั้น เคย์เริ่มอ่านใจเรียวสุเกะอย่างช้าๆ
จะได้พบแม่อีกมั้ยนะ
ฉันเป็นคนรักยูโตะจริงๆน่ะหรอ
ไม่อยากจะเชื่อเลย
“พี่”เรียวสุเกะสะกิดเรียกพี่ชายเบาๆเมื่อ เห็นเคย์มองมาที่ตัวเองด้วยสายตาแปลกๆ
“ว่าไง?”เคย์ยิ้มกว้างได้อย่างแนบเนียน
“ผมอยากกลับบ้านแล้วล่ะ^^”
“อื้ม กินหมดแล้วหรอ?”
“แน่นอน!”เรียวสุเกะยิ้มอย่างอารมณ์ดี สะพายกระเป๋านักเรียนลุกขึ้นเดินนำพี่ชาย โดยที่ไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ข้างหน้าเขาจะพบเจอกับความทรงจำที่แสนเจ็บปวด ที่ถูกรื้อฟื้นกลับคืนมา..
เรียวสุเกะแวะซื้อขนมห่อเข้าบ้านที่ซุป เปอร์มาร์เก็ต เคย์เอ่ยปากว่าจะรออยู่ด้านนอก เรียวสุเกะเลือกซื้อขนมจนพอใจ ก่อน
จะเดินไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ แต่พอออกมาด้านนอกกลับไม่พบพี่ชาย
“ไปไหนนะ”เรียวสุเกะพึมพำ ก่อนจะเริ่มชะเง้อมองหาพี่ชาย
เสียงเมล์โทรศัพท์ดังขึ้นเบาๆ เรียวสุเกะเปิดฝาพับโทรศัพท์ออกดูข้อความ
กลับบ้านไปก่อนนะ พอดีพี่ติดธุระด่วนน่ะ
พี่เคย์
“หว้า~ รีบขนาด มาบอกไม่ได้เลยหรอ”เรียวสุเกะพึมพำอย่างนึกน้อยใจ มือเล็กกระชับถุงหูหิ้วเดินเลี้ยวเข้าซอยของหมู่บ้าน
ครืนน~
เสียงลมพัดดังหวีดหวิวจนเรียวสุเกะเสียว สันหลังวาบ เขาหันหลังขวับมองไปยังทางเดินด้านหลังอย่างหวาดระแวง ใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เรียวสุเกะเร่งฝีเท้าในจังหวะถี่เร็วมากขึ้น
โครม!
ท่อนซุงขนาดใหญ่ขวางทางเดินเสียมิด เรียวสุเกะสะดุ้งตกใจปล่อยของลงกับพื้น ตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ บรรยากาศเย็นยะเยือกแปลกๆยิ่งทำให้เรียวสุเกะหวาดกลัวเป็นทวีคูณ ดวงหน้าหวานหันซ้ายหันขวาราวกับจะมองหาใครบางคน แต่ก็ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้
“ฟู่~”เรียวสุเกะถอนหายใจอย่างโล่งอก มือเล็กก้มลงหยิบถุงพลาสติกขึ้นมาถือ แต่ทันใดนั้นเงาใครบางคนทาบบนตัวเรียวสุ
เกะ
“อ๊ะ!”เรียวสุ เกะเบิกตาโพลง แววตาที่เคยสุขไสวแปรเปลี่ยนเป็นเหม่อลอยไร้จุดหมาย ชายสวมเสื้อคลุมสีทอง ยกมือที่ใส่ถุงมือหนังสีดำไปตรงหน้าเรียวสุเกะ ไอสีขาวจางๆลอยละล่องออกจากดวงตากลมใสของเรียวสุเกะ ชายหนุ่มใบหน้าไร้ความรู้สึกกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อฝ่ามือซึมซาบได้ถึงกลิ่น อายแห่งความฝันอันหอมหวาน เขากระชากมือกลับ ร่างเล็กล้มลงนอนหมดสติบนพื้นถนน ชายหนุ่มก้มลงมองเสี้ยวหน้าหวาน
“ขอบคุณ สำหรับความฝันเหมือนเคยนะ เรียวสุเกะ” ชายหนุ่มสะบัดผ้าคลุมสีทองร่างสูงหายวับไปพร้อมกับลมที่สงบลง..
“อือ..”เรียวสุเกะร้องคราง ลืมตาสลึมสลือมองรอบกาย
เพดานสีดำ.. โคมไฟระย้าสีเหลืองนวล เครื่องเฟอร์นิเจอร์มีแต่สีดำ
“ตื่นแล้วหรอ”
“นาย!”เรียวสุ เกะสะดุ้งเฮือกที่จู่ๆยูโตะก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ร่างสูงกระเถิบใบหน้าออกห่าง หยัดกายลุกขึ้นยืนก่อนจะโยนของบางอย่างลงบนผ้านวมที่คลุมร่างเรียวสุเกะอยู่
“กินซะ”
“อะไรน่ะ?”เรียวสุเกะมองแท่งกลมๆใสๆสีดำ หน้าตาไม่น่าไว้วางใจ
“กินซะ”
ไอ้บ้านี่พูดเป็นประโยคเดียวหรือยังไง เรียวสุเกะนึกอย่างคนไม่พอใจแต่ไม่สามารถทำอะไรได้
“...”เรียวสุเกะก้มลงมองแท่งดำๆในมือ มันกินได้แน่หรอ เขาจะตายมั้ย แล้วที่นี่มันที่ไหนกันล่ะ ตะกี้นี้เขาพึ่งออกจากซุปเปอร์มาเก็ตไม่ใช่หรอ เอ..
ภาพผู้ชายหน้าตาไร้ความรู้สึกสวมผ้าคลุม สีทองปรากฎชัดในมโนภาพความคิดของเรียวสุเกะ
“อย่านึกถึง”ยูโตะนั่งลงประชิดเรียวสุเกะ ที่หน้าตาเริ่มไร้สีเลือดเข้าไปทุกทีๆ
“แค่ก~”เลือด จำนวนมากพุ่งพรวดออกมาจากปากเรียวสุเกะ กองเลือดเปรอะเปื้อนไปทั่วผ้านวมสีเทา ยูโตะยัดแท่งประหลาดใส่ปากเรียวสุเกะ
“แค่ กๆ”เรียวสุเกะไอถี่สำลักแท่งสีดำที่เริ่มละลายในปากอย่างรวดเร็ว กลิ่นคล้ายน้ำหมึกคละคลุ้งไปทั่วปาก เรียวสุเกะรู้สึกเวียนหัวยกกำลังสองจนอยากจะอ้วกออกมา แต่เพราะถูกมือหนาประกบปิดปากสายตาคมขู่บังคับให้กลืนลงไป
อึก~
เขากล้ำกลืนฝืนทนกลืนก้อนประหลาดลงคออย่าง ยากลำบาก น้ำตาปริ่มขอบตา
ยูโตะกระชากผ้านวมเปื้อนเลือดออกจากตัว เรียวสุเกะ
พรึ่บ
ลูกไฟขนาดเล็กๆโผล่ออกมาจากมือของยูโตะ ไฟจากฝ่ามือลามไปทั่วผืนผ้านวมจนไฟลุกไหม้เป็นจุน เรียวสุเกะเบิกตาโพลงถอยร่นจนแผ่นหลังกระแทกขอบเตียง
“สวัสดี เรียวสุเกะ^^”ผู้ชายสวมชุดอยู่บ้านธรรมดากระโดดปุ๊มายืนอยู่ตรงปลายเตียง เรียวสุเกะมองชายคนนั้นอย่างตื่นตระหนก
“ฉันเป็นเพื่อนยูโตะเองล่ะ ฉันเคย์โตะไง^^V”
คน อย่างยูโตะมีเพื่อนด้วยหรอ?..
“สงสัยใช่ไหมว่าทำไมถึงได้มาอยู่ที่ นี่”เคย์โตะนั่งลงข้างๆเรียวสุเกะ
“คำตอบแรกคือ นายถูกดูดความฝัน”
“ไอ้ชั่วนั่น!”จู่ๆยูโตะก็ตะโกนเสียงดัง เรียวสุเกะสะดุ้งเฮือก คนยิ่งขวัญอ่อนอยู่ตะโกนมาได้ ตกใจหมด
“ใจเย็นก่อนสิ^^”เคย์โตะยิ้มอย่างใจเย็นราวกับเข้าใจนิสัยของยูโตะดี
“ดูดความฝัน?”
“ใช่แล้ว^^ ช่วงนี้นายอาจจะอ่อนเพลียนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไรหรอก ตะกี้กินเลือดของยูโตะแล้วใช่ไหม?”
“อย่า!”ยูโตะร้อง ห้าม แต่ไม่ทันซะแล้ว เรียวสุเกะทำหน้าราวกับพึ่งกินเห็บหมาเข้าไปทันที
“ละ..เลือดยูโตะหรอ?”
บรรยากาศอันเงียบงัน เรียวสุเกะเหลียวหันไปมองยูโตะที่ยืนอยู่อีกฝั่งของห้อง
อี๋~
“มีวิธีแก้อยู่ไม่กี่อย่าง แต่วิธีที่ดีที่สุดคือ ดื่มเลือดบริสุทธิ์ของปีศาจชั้นสูง”
“เอ๋?”
“ไม่กี่นาทีก็จะกลับไปเป็นปรกติ ยูโตะแทบเป็นบ้าตายแหนะ นายเล่นสลบไปตั้งสามวัน”
“หา? สามวัน!” ปริศนามากมายที่เรียวสุเกะสงสัยผุดขึ้นเต็มสมองของเขาราวกับดอกเห็ด
“ใช่แล้ว..”เคย์โตะหันไปมองหน้ายูโตะที่ แผ่รังสีอัมหิตออกมา
“แต่..บ้านฉันล่ะ ครอบครัวฉันต้องเป็นห่วงแย่แน่”เรียวสุเกะลุกขึ้นจากเตียง
“นายยังไปไหนไม่ได้หรอก”เคย์โตะกันแขนไม่ ให้เรียวสุเกะเดินผ่านไป
“ทำไมล่ะ?”
“ที่นี่เป็นหอคอย ถ้านายจะลงไปมีทางเดียวคือกระโดดลงไป ความสูงก็ราวๆห้าร้อยเมตรได้มั้ง”เคย์โตะนับนิ้วตัวเอง
ประกอบ
“หา! หอคอย? ห้าร้อยเมตรนี่นะ!”เรียวสุเกะเริ่มสติแตกเข้าไป ทุกทีๆ
“เอา ล่ะ นั่งลงแล้วฟังฉันพูดต่อ”เคย์โตะพูดอย่างใจเย็น เรียวสุเกะนั่งลงบนเตียงตามเดิมอย่างจำใจ
“ที่บ้านนาย ตอนนี้รู้เรื่องนายแล้ว”
“เอ๋?”
“ยูโตะบอกเคย์แล้วน่ะ หมายถึงทางกระแสจิตน่ะ”
“หา? เขารู้จักพี่ชายฉันได้ไง”
“ก็นั่นเป็นพี่ชายเขา”
“เห๊ะ!!” นี่มันต้องเป็นเรื่องไร้สาระที่สุดของเรื่องไร้สาระซ้อนทับเรื่องเหลือเชื่อ แหงๆ! พี่ชายเขาจะไปรู้จักปีศาจน่ากลัวอย่างยู
โตะ ได้ยังไง หรือว่า..แท้ที่จริงแล้วพี่ชายเขาเป็นปีศาจ!
นี่มันอะไรกันเนี่ยยย!!
ไม่อยากจะเชื่อเลย!
“เลือด ของนายดึงดูดปีศาจมากพอควรเลยล่ะ กว่าฉันกับยูโตะจะตามหานายเจอ ตั้งหลายปี”
“เอ๋?”
“หยุด!”ยูโตะดึง ร่างเคย์โตะออกห่างจากเรียวสุเกะ ดวงตาคมสบกับดวงตากลมใสที่มองมาที่เขาอย่างไร้เดียงสา
“โอ้วว อยากให้จำได้ไวๆก็บอกเค้าสิ^^”เคย์โตะเดินหายไปด้านหลังผ้าม่านสีแดงกำมะหยี่
เหลือเพียงยูโตะและเรียวสุเกะสองคน ในห้องนอนที่เรียวสุเกะหวาดกลัวทุกลมหายใจ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟระย้าที่ห้อยต่องแต่งจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ ถ้วยน้ำชาเก่าคร่ำครึราวกับหลุดรอดมาจากสงครามโลก ประตูรูปร่างแปลกประหลาดที่ไม่มีด้ามจับ ทุกอย่างในห้องล้วนเป็นสีดำ ยกเว้นผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงเท่านั้น
“กลับกัน”
“หา? อะ..อื้อ”เรียวสุเกะลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถามมากมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่กล้าพอที่จะถามยูโตะ ถ้าจะให้ถามยูโตะสู้เขาสงสัยแบบนี้ไปตลอดเลยจะดีกว่า
“ขึ้นไป”ยูโตะชี้ไปที่บนเตียง เรียวสุเกะทำหน้าเหร๋อหรา แต่ก็ขึ้นไปยืนบนเตียงแต่โดยดี อาการปวดหัวเริ่มจางหายไป
ฟุ่บ~
เรียวสุเกะถูกอุ้มลอยหวือ ท่อนแขนแข็งแรงข้างซ้ายสัมผัสกับเนื้อนิ่มใต้รักแร้ ท่อนแขนข้างขวาช้อนใต้ขาพับ
เรียวสุเกะสะดุ้งตกใจหลับตาปี๋กอดคอยูโตะ แน่น กว่าจะเรียกสติตัวเองกลับมาได้ก็ช้าเกินไปเสียแล้ว
เรียวสุเกะได้ยินลมหายใจขึ้นลงเป็นจังหวะ สม่ำเสมอของยูโตะ เขาไม่กล้าแม้แต่จะเปล่งเสียงคัดค้านออกไปสักแอะ จนกระทั่งยูโตะอุ้มมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าต่างทรงไข่ มองออกไปท้องฟ้ามืดครึ้มฝน มองเห็นแต่ป่าดกรกร้าง เสียงนกดังมาจากในป่า
“เอ่อคือ..”เรียวสุเกะกลั้นใจพูดขึ้น ยูโตะหยุดเดิน สายตาคมก้มลงมองดวงตากลมใสที่ฉายแววหวาดกลัวราวกับลูกนกน้อย
“คะ..คือ ไม่มีอะไร” เรียวสุเกะหลบสายตายูโตะอย่างว่องไว ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ทั้งตื่นเต้นทั้งหวาดกลัวผสมปนเปกัน
ร่างสูงก้าวขึ้นไปยืนบนขอบหน้าต่าง ส่วนสูงของเขาพอดีกับหน้าตาทรงไข่ เรียวสุเกะเหลือบลงไปด้านล่าง เหมือนเหวไม่มี
ผิด มืดมิดและน่ากลัว
ยังไม่ทันที่เรียวสุเกะจะได้ทำใจ ยูโตะกระโดดดิ่งลงไปด้านล่าง เรียวสุเกะแหกปากร้องกอดคอยูโตะแน่น กลัวจนตัวสั่นระริก สายลมเย็นเสียดแทงผิวกายอุ่น กิ่งไม้ ใบไม้ลอยละลิ่วฉิวผ่านผิวเนื้อ ปีกคู่สีดำดกเงาแผ่กว้างใหญ่กว่าขนาดตัวสองเท่า เมื่อลงสู่ที่ต่ำปีกคู่ใหญ่หดเล็กลงลู่ลมก่อนจะกระพือขยายปีกออกกว้างกว่า เดิมเป็นเท่าตัวโผขึ้นบินสู่เวหาท้องฟ้าที่กว้างใหญ่
Next part please wait..
มาต่อแล้ว น้า ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้หลายๆคนรอT^T หายไปหลายวันเหมือนกันนะนี่T T ตอนนี้หวังว่าจะยาวขึ้นน้า ขอบคุณทุกๆความเห็นที่มีให้ฟิคชั่นเรื่องนี้ค่ะ ขอบคุณมากๆเลยค่า^____________^ ถึงตอนนี้แล้วอาจจะงงกับเนื้อหาบ้าง แต่ต่อๆไปก็จะเข้าใจเองค่ะ^^
เกริ่นเนื้อเรื่องตอนหน้าสักหน่อย ยูยะมีความเกี่ยวข้องกับเรียวสุเกะในอดีต ความทรงจำในอดีตที่เรียวสุเกะอยากจะลืมหวนกลับมาอีกครั้ง พร้อมความเจ็บปวดราวกับตายทั้งเป็น ยูยะเป็นหนึ่งในบุคคลที่ยูโตะอยากฆ่ามากที่สุด เรื่องในอดีตที่หลอกหลอนยูโตะมาตลอดหลายร้อยปี พลังของยูยะจะกลับมา พร้อมกับความทรงจำที่ราชาปีศาจปิดผนึกเอาไว้ เพราะ ยูริเรียกพลังเหล่านั้นกลับมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย มนต์ของยูโตะสลายหายไปพร้อมกับหัวใจดวงเก่าของยูยะ และเมื่อยูยะกลับคืนมาเป็นคนเดิม.. สงครามระหว่างปีศาจจึงกำเนิดขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
มาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาริยะกันน้า