- - - - - 5 - - - - -
เรียว สุเกะลุกขึ้นตื่นเช้าวันต่อมา หูทั้งสองข้างแดงก่ำเพราะหูฟังที่กดทับตลอดทั้งคืน เรียวสุเกะรู้สึกมึนหัวจนอยากอาเจียน ดวงตากลมสลึมสลือกวาดมองนาฬิกาปลุกบนหัวเตียง
สิบโมงแล้ว ตื่นสายโด่งขนาดนี้เขาคงไปโรงเรียนไม่ทันอยู่แล้ว
เมื่อคิดได้ว่าวันนี้จะหยุดพักอยู่ บ้าน ร่างเล็กฟุบหน้าลงกับหมอนใบนุ่มอย่างเกียจคร้าน แต่นอนได้ไม่นานนักคุณแม่ก็ตามมาปลุกถึงบนเตียง
“เรียวสุเกะ ทำไมยังไม่ไปโรงเรียนอีก”
“วันนี้รู้สึกไม่สบายน่ะครับ”
“เป็นหวัดหรือ?”
“ปวดหัวนิดหน่อยน่ะครับ นอนพักสักนิดน่าจะหาย”
เรียว สุเกะฟุบลงนอนบนเตียงอย่างหมดแรง
วูบ~
‘ความฝันของคุณคืออะไร?’
แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นจากปลาย อุโมงค์ที่มืดมิด เรียวสุเกะหรี่ตามองไปที่แสงนั้น ปรากฎให้เห็นร่างสูงสวมเสื้อผ้าแปลกตา เดินเข้ามาในอุโมงค์
‘ความฝันอันแสนหอมหวาน กินมันให้หมด’ ร่างปริศนาผลุบมายืนตรงหน้าเรียวสุเกะราวกับหายตัว เรียวสุเกะเพ่งมองไปที่ใบหน้าของชายร่างสูง
มะ..ไม่มีหน้า!
“เฮือก!”เรียวสุเกะสะดุ้งพรวดเหงื่อไหลท่วมกาย หายใจหอบราวกับวิ่งมาราธอน
ฝัน นั่น..น่ากลัวชะมัด
เรียว สุเกะปาดเหงื่อที่ไหลเต็มหน้าผากออกด้วยหลังมือที่ชื้นเหงื่อ อาการปวดหัวเริ่มทุเลาลงแล้ว เรียวสุเกะมองไปที่นาฬิกาเข็มสั้นชี้ไปที่เลข7เข็มยาวซ้อนทับเลขเจ็ดพอดิบพอ ดี
เรียว สุเกะพับผ้านวมวางที่ปลายเตียง เดินลงมาชั้นล่าง แม่กำลังทำกับข้าวอยู่พอดี
“อ้าว เรียวสุเกะ ดีขึ้นแล้วหรอ ลงมาทานข้าวก่อนสิ”
“ครับ”
เขาไม่เคยฝันแปลกๆแบบนี้มาก่อน ราวกับในความฝันเป็นเรื่องจริง..
กิ๊งก่อง~
เสียงกริ่งดังขึ้นเรียกสติเรียวสุ เกะที่จมอยู่ในโลกส่วนตัวสู่โลกแห่งความเป็นจริง
“กลับมาแล้ว~”
“พ่อ^^!”เรียวสุเกะเอ่ยทักคุณพ่ออย่างร่าเริง
ดีจังเลยน้า ได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง^^ พอได้ทานข้าวพร้อมพ่อแม่ทีไรรู้สึกคิดถึงพี่เคย์ทุกที
จะว่าไปเมื่อวานนี้ก็ไม่ได้โทรหา..
‘ห้ามออกไปไหน!’
คำสั่งของยูโตะแปลกจนเรียวสุเกะอด สงสัยไม่ได้ จากที่ฟังมิราอิเล่าถึง ยูโตะเป็นคนที่ไม่ชอบยุ่งกับใคร แต่ทำไมถึงมายุ่งกับเขา ทำไมถึงรู้ว่าบ้านเขาอยู่ที่นี่ หรือเพราะว่าครั้งนั้นที่เขาเห็นยูโตะกระโดดลงมาจากหลังคาบ้านกันนะ?
เรียวสุเกะกลับขึ้นมาบนห้องนอนตัวเอง ฉับพลันความคิดนึงก็แล่นเข้ามาในหัว
หรือว่ายูโตะจะเป็นผี!OoO!
ต้องใช่แน่ๆเลย คนพิลึกๆแบบนั้น T~T
อึ๋ย~ เรียวสุเกะรู้สึกขนลุกซู่
“เหม่ออีกแล้วน้า~”เสียงกวนติดหยอกล้อมาพร้อมกันนิ้วเรียวสะกิดแก้มนิ่มน้องชาย
“พี่เคย์! พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ผมไม่รู้ล่ะ”เรียวสุเกะตกใจจนเกือบตกเก้าอี้เมื่อเห็นพี่ชายที่ไม่ได้เจอหน้า กันเกือบ7เดือนยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า
“เซอร์ไพรส์ไง^-^”ผู้เป็นพี่ยิ้มหวาน ฝ่ามือสวยขยี้เรือนผมนุ่มอย่างเอ็นดู เรียวสุเกะยิ้มกว้างกอดพี่ชายเสียแน่น
“คิดถึงพี่มากเลย^^”
“จริงหรอ? หื้ม? เจ้าตัวน้อย”
“ผมไม่ใช่เจ้าตัวน้อยสัก หน่อยนะ ผมสูงขึ้นตั้ง3เซ็นต์นะ”
“ฮ่าๆ ยังไงก็เป็นเจ้าตัวน้อยของพี่อยู่ดีล่ะน้า”เคย์ กระโดดขึ้นนั่งบนขอบหน้าต่าง นัยน์ตาเรียวสวยมองน้องชายด้วยสายตาอ่อนโยน
“เป็นไงมั่ง อยู่ที่โรงเรียนใหม่”
“ดีมากเลย^^ ผมพึ่งย้ายมาอยู่โตเกียวเมื่อวันก่อน แล้วพี่ล่ะ”
“ช่วงนี้มหาลัยปิดน่ะ^-^”เคย์ยิ้มให้เรียวสุเกะก่อนจะหันไปหน้าไปทางหน้าต่าง
“พี่ดูเครียดๆนะ”เรียวสุเกะยืนเคียงข้างพี่ชาย
“ช่างสังเกตเหมือนเดิมเลยนะ เจ้าตัวน้อย”
“ไม่ใช่เจ้าตัวน้อยสักหน่อย เลิกเรียกแบบนั้นเถอะน่า”
“ฮะๆ”เคย์ ค่อยๆรูดผ้าม่านเปิดออกช้าๆ ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทมีเพียงแสงไฟจากท้องถนนส่องรำไร
“เรียวสุเกะ”
“ครับ?”
“ช่วงนี้มีคนท่าทางแปลกๆมา คุยกับเราหรือเปล่า?”
“เอ๋?”
“มีใช่มั้ยล่ะ”
“เอ๊ะ!? พี่รู้ได้ไง”
“ฮึ~ มีอะไรที่พี่ไม่รู้เกี่ยวกับเรามั้ยล่ะ^^”
ใช่แล้ว เขาน่ะ รู้ดีทุกอย่าง แม้กระทั่งสิ่งที่น้องชายเขาคิดในตอนนี้
“พี่ต้องไปสืบมาแน่ๆเลย หรือว่าพี่รู้จักเขาล่ะ? แต่ไม่มีทางหรอกที่พี่จะรู้จักคนแปลกๆแบบนั้น”
“นั่นสิน้า^^”เคย์ยิ้มให้น้องชาย
“แต่พี่ ผมกลัวมากเลย”เรียวสุเกะกอดเอวพี่ชายเบาๆ
“ไม่มีอะไรน่ากลัวทั้งนั้น พี่จะปกป้องเราเอง”
เคย์ ลูบหัวเรียวสุเกะผู้เป็นน้องชายต่างสายเลือดเบาๆ ทันทีที่มือของเขาสัมผัสกับศีรษะของเรียวสุเกะ ร่างเล็กก็หลับใหลราวกับถูกมนต์สะกดอยู่ในอ้อมกอดผู้เป็นพี่ชาย
สักวันหนึ่งพลังที่หลับใหลอยู่ใน ตัวเจ้าจะถูกปลุกขึ้นมา เรียวสุเกะ
“เฮือก!”เรียว สุเกะสะดุ้งตื่น วิ่งพรวดพราดอาบน้ำแต่งชุดนักเรียนลงมาชั้นล่าง ไฟปิดมืดสนิท จานอาหารเช้าแลบวางไว้บนโต๊ะอาหาร โน้ตสั้นๆวางไว้ข้างๆจาน
แม่ไปรับเคย์ที่สนามบิน
เอ๋!? พี่กลับมาเมื่อคืนนี้ไม่ใช่หรอ?
“เอ๋!!”เรียวสุเกะมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น งั้นเมื่อคืนนี้อย่าบอกนะว่าเค้าฝันไป จะเป็นไปได้ยังไง ก็มันเหมือนจริงมากๆเลยนี่!
“โอ๊ยย!”เรียวสุเกะหงุดหงิดตัวเองเป็นที่สุด ชอบเก็บนู่นเก็บนี่มาฝันเป็นตุเป็นตะแบบนี้ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางแก้นิสัย แบบนี้ได้สักทีสินะ!
เพื่อความมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องที่ ฝันไป เรียวสุเกะควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋านักเรียน
“หานี่?”
“นะ..นาย!”เรียวสุเกะล้มลงกับพื้น เมื่อเห็นยูโตะสวมชุดนักเรียนนั่งบนราวบันไดหนีบโทรศัพท์มือถือของเขาเหมือน ท่าถือบุหรี่
“ฉะ..ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ!”เรียวสุเกะวิ่ง ไปที่โทรศัพท์บ้าน
“หึ”เสียงทุ้มต่ำแค่นหัวเราะ เรียวสุเกะหยุดชะงักค้างในท่ากำโทรศัพท์ไร้สาย
“เอาสิ”ดวงตาคมตวัดมองเรียวสุเกะ
“อ๊ากกกกกกกกก!!”เรียวสุเกะเหวี่ยงกระเป๋านักเรียนใส่ยูโตะที่นั่งทำหน้าตาน่า กลัวอยู่ตรงบันได ในใจนึกอยากให้ร่างนั้นหายไปจากโลกใบนี้ซะ
หวืด~
เสียงคล้ายๆไฟฟ้าสถิตดังขึ้น กระเป๋านักเรียนลอยค้างอยู่กลางอากาศราวกับมีอะไรที่มองไม่เห็นรองรับเอาไว้ ยูโตะตวัดสายตาไปที่เก้าอี้ห้องนั่งเล่น กระเป๋านักเรียนลอยตามสายตาวางอยู่บนเก้าอี้อย่างนิ่มนวล
“อึ่ก~”เรียวสุเกะรู้สึกเหนียวเหนอะเหมือนน้ำมูกไหล เขาใช้หลังมือป้ายเบาๆ
เลือด กำเดาไหล!
อะไรน่ะ.. เรียวสุเกะมองฝ่ามือสั่นระริกที่เต็มไปด้วยเลือดของตัวเอง
‘ฉันน่ะไม่ใช่มนุษย์’
เสียง ยูโตะราวกับพึมพำพูดอยู่ข้างๆหู เรียวสุเกะมองไปที่ร่างสูงที่จ้องเขม็งมาที่เขา
‘ฉันไม่ใช่มนุษย์’
“เลิกยุ่งกับฉันสักทีได้มั้ย! นายต้องเป็นผีแน่ๆ!! ไอ้ผีบ้า!” เรียวสุเกะปิดหูทั้งสองข้างร้องโวยวายเสียงดัง
“ได้ยินฉัน?”เป็นครั้งแรกที่เรียวสุเกะเห็นสายตาที่ตกตะลึงของยูโตะ
หมอนี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ กระเป๋าลอยเท้งเต้งกลางอากาศแบบนั้น ต้องเป็นพลังของผีแน่ๆ!
“อย่าเข้ามานะ!”เรียวสุเกะร้องห้ามเท้า เล็กถอยกรูดจนชนเข้ากับชั้นหนังสือเมื่อถูกยูโตะไล่ต้อนจนจนมุม
“อะ”ยู โตะยื่นกระดาษทิชชู่ให้เรียวสุเกะ
“เห๊ะ?”
“ไม่ใข่ผีหรอก”ยูโตะตอบเสียงเย็น หันหลังให้เรียวสุเกะที่เลือดเปรอะเต็มแก้ม
ละ..แล้วที่เขาได้ยินตะกี้ล่ะ ไม่ใช่มนุษย์ แล้วไอ้ตรงหน้านี่มันเป็นตัวอะไรกันล่ะ!
โอ้ ยนี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย! ไอ้บ้านี่มันเป็นใครกัน! จะทำตัวเป็นไอ้ใบ้ไปถึงไหนกันห๊า!>O< ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะโว้ยย
เรียวสุเกะซับเลือดกำเดาอย่างหงุด หงิด แต่เลือดเข้ากรรมก็ยังดื้อไหลไม่ยอมหยุด เรียวสุเกะมองหากระดาษทิชชู่เพิ่ม แต่กลับถูกคนตัวสูงอุ้มลอยหวือนั่งแปะบนเคาน์เตอร์ในห้องครัว ท่อนแขนแข็งแรงดันร่างเล็กนอนราบบนเคาน์เตอร์ เขยิบใบหน้าเข้ามาใกล้
หมะ..เหมือนวันนั้นอีกแล้ว>O
แปะ~
“อ๊ะ”เรียว สุเกะสะดุ้งเมื่อนำแข็งถุงวางบนหน้าผาก
“จับ”
“อือ”
“...”
“...”
“ขอบคุณนะ”
“...”
ความจริงแล้วเรียวสุเกะสงสัยในตัว ยูโตะมากมาย แต่ไม่รู้ว่าทำไมความรู้สึกลึกๆแล้วเขากลับคิดว่ายูโตะไม่มีทางทำร้ายเขา
“ไป”ยู โตะดึงเรียวสุเกะลงจากเคาน์เตอร์ห้องครัว ร่างเล็กวิ่งไปล้างหน้าล้างตาตรงอ่างล้างมือ ในใจนึกสงสัยว่ายูโตะเข้ามาในบ้านเขาตอนไหน แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรไป
“เรียวสุเกะ! ทำไมเมื่อวานไม่มาโรงเรียนล่ะ! ไม่สบายหรอ! รู้มั้ยฉันเป็นห่วงมากเลย” เมื่อมาถึงโรงเรียนมิราอิก็ตรงดิ่งเข้ามาหาเรียวสุเกะ เสียงเธอลอยมาก่อนที่ตัวจะมาถึงด้วยซ้ำ
เธอหยุดชะงักค้าง เมื่อเห็นคนที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังเรียวสุเกะคือยูโตะ
“นี่”มิ ราอิกอดคอลากเรียวสุเกะเข้ามากระซิบหลังเสาต้นหนึ่ง
“อย่าบอกนะว่ามาพร้อมหมอนั่น”
“ไม่ได้อยากมาด้วยหรอก แต่ทำไงได้~” เรียวสุเกะเลือกที่จะยังไม่เล่าเรื่องเหตุการณ์แปลกๆให้มิราอิฟัง
“ว่าแต่ ทำไมเมื่อวานนายถึงไม่มาล่ะ?”
“อ๋อ ฉันปวดหัวนิดหน่อยน่ะ”
“ดีจังน้า ที่หายดีแล้ว^^ เมื่อวานนี้มีอาจารย์มาใหม่ล่ะ!”
“อาจารย์?”
“ใช่แล้วล่ะ! อาจารย์ผู้ชายด้วยนะ หล่อมากๆเลย ฉันนี่ปลื้มสุดๆเลยล่ะ><~”มิราอิกระโดดขึ้นลงอย่างกระตือรือร้นระหว่างทางเดินไปยังห้อง เรียน จนเรียวสุเกะรู้สึกอยากเจออาจารย์คนใหม่ขึ้นมาตงิดๆ
ในห้องเรียนคึกคักเหมือนอย่างเคย ยูโตะเองก็เงียบเหมือนเคย เขามองมาทางเรียวสุเกะที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง
“นี่ เมื่อวานนี้ยูโตะก็ไม่ได้มาโรงเรียนนะ”มิราอิกระซิบบอกเรียวสุเกะ
“หา? จริงหรอ”
“อื้อ”
“ยูโตะเมื่อวานนายไม่มา โรงเรียนหรอ?”ผมถามเขาทันทีที่นั่งที่
ดวงตาคมตวัดมองผมด้วยสายตาตำหนิ
อะไรกัน –O- ผมตะลึงในนิสัยของหมอนี่จริงๆนะเนี่ย
“สวัสดีครับนักเรียนทุกคน^^”
“เซนเซ~”เสียงผู้หญิงดังขึ้นพร้อมกัน
นี่หรอ? อาจารย์ที่มาใหม่น่ะ เรียวสุเกะสำรวจใบหน้าชายตรงหน้าอย่างตั้งใจ เขาเป็นคุณครูที่ชอบยิ้ม และทุกครั้งที่ยิ้มแก้มจะยุ้ยจนน่าหยิก ร่างที่ดูสูงกว่าผมไม่มากเท่าไหร่นัก.. แอบเรียกในใจว่าครูแก้มแตกจะผิดมั้ย = =
ดูยังไงครูคนนี้ก็ดูน่ารักมากกว่า หล่อ เรียวสุเกะคิด
เอ๊ะ? หรือว่าเราเห็นหน้ายูโตะเลยคิดว่าคนอื่นหน้าตาไม่หล่อ
อ๊ะๆ นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย
เรียวสุเกะส่ายหัวดิกไล่ความคิด เพี้ยนๆออกจากหัว ยูโตะเหลือบตามอง เรียวสุเกะยิ้มแห้งๆก่อนจะรีบหันหน้าไปทางอื่นทันที
“ถ้าจำไม่ผิด นักเรียนที่หยุดเมื่อวานหรือเปล่า?”คุณครูแก้มแตก ถามขึ้น เรียวสุเกะมองซ้ายมองขวา
“เรานั่นแหละ”
“ครับ”
“ชื่ออะไรน่ะ”
“ยามะดะ เรียวสุเกะครับ”
“งั้นหรอ”
คุณครูแก้มแตกที่เรียวสุเกะแอบ เรียกอยู่คนเดียวเงียบๆ สอนวิชาภาษาญี่ปุ่นแทนคุณครูคนก่อนที่ลาคลอด ดูท่าทางน่าจะมาสอนชั่วคราว
“เรียวสุเกะ อาริโอกะเซนเซเรียกพบที่ห้องพักครูน่ะ”ยูริเดิน มาบอกผมที่โต๊ะหลังจากเรียนคาบวิชาคณิตศาสตร์จบไปไม่นานนัก ทันทีที่ยูริบอกเรียวสุเกะ ยูโตะที่นอนฟุบอยู่โงหัวพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว ยูริสะดุ้งโหยง
“อะไรเนี่ย ตกใจหมด!”
“เรียกพบฉันหรอ?”เรียวสุเกะถามยูริอีกครั้ง ยูริพยักหน้าส่งสายตาไม่พอใจไปที่ยูโตะ
“นายนี่มันไร้มารยาทจริงเลย นะ มองหน้าคนอื่นแบบนี้น่ะ!”ยูริแหวยูโตะเสียงดัง ลั่น เกิดเสียงฮือฮาดังไปทั่วทั้งห้อง
“ตุ๊ด”
“เห๊ะ!? ว่าไงนะ”
“หึ”ยูโตะแค่นยิ้ม ก่อนจะฟุบลงนอนกับโต๊ะ
“พูดงี้หาเรื่องกันนี่หว่า! ไอ้ไบ้! ปังๆๆ”ยูริทุบโต๊ะอย่างโกรธจัด ร้อนถึงทาคาคิเข้ามาห้ามแทบไม่ทัน
“ใจเย็นๆก่อนชี่จัง”
“อย่าเรียกฉันแบบนั้นนะ!”ยูริสะบัดหัวไหล่ออกจากการเกาะกุมของทาคาคิ ดวงตาเรียวมองมาที่ยูโตะที่นอนฟุบอยู่อย่างอาฆาตแค้น ก่อนจะเดินกระทืบเท้ากลับไปนั่งที่ตัวเอง
เอ่อ..เห็นหน้าตาน่ารักๆแบบนั้น ทำไมถึงได้โมโหร้ายนักนะ T-T~
ตอนนี้เขาควรจะไปหาคุณครูสินะ
เรียวสุเกะลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง
ห้อง พักครูนี้เรียวสุเกะมาเป็นครั้งที่สองหลังจากวันแรกที่เข้ามาเรียน ครูแก้มแตกนั่งดื่มน้ำชาอยู่บนโซฟา ชายหนุ่มยิ้มให้เรียวสุเกะเล็กน้อย ก่อนจะผายมือไปที่เก้าอี้ทรงกลมที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“นั่งก่อนสิ”
“น้ำชาหน่อยมั้ย?”ครูแก้มแตกยกถ้วยน้ำชาขึ้นถามเรียวสุเกะ
“เอ่อ..ครับ”เรียวสุเกะรู้สึกอยากออกไปจากห้องนี้ไวๆ การที่ถูกอาจารย์เรียกพบนั้นสำหรับเขาแล้วคิดว่าเหตุผลมันคงไม่ดีมากนัก
ครูแก้มแตกส่งถ้วยน้ำชาขนาดพอดีมือ ให้เรียวสุเกะ เรียวสุเกะลูบถ้วยน้ำชาที่ร้อนจนควันลอยฉุยเบาๆ ในใจนึกจะไม่ถามอะไรจนกว่าครูแก้มแตกจะเกริ่นพูดขึ้นมาเอง
“เราชื่ออะไรน่ะ?”
เอ๋? เรียกมาพบเป็นไปไม่ได้ที่จะจำชื่อเขาไม่ได้ เรียวสุเกะนึกเอะใจ แต่ก็พูดชื่อตัวเองไปโดยไม่คิดอะไร
“ยามะดะ เรียวสุเกะครับ”
“หน้าตาน่ารักนะเนี่ย^^”
“เอ่อ อ่า..”เรียวสุเกะเกาหัวไม่รู้จะตอบยังไงดี ได้แต่พยักหน้ารับคำชมนั้น
ครูแก้มแตกลึกขึ้นยืนวางถ้วยน้ำชา ไว้ข้างๆกาน้ำ ฝ่ามือลูบไล้ใบหน้าเรียวสุเกะเบาๆ นิ้วเรียวแข็งลูบไล้ผิวเนียนลื่นมาจนถึงกระดุมเสื้อที่ติดอยู่เม็ดบนสุด เรียวสุเกะลุกขึ้นหนีได้ทัน แต่กลับถูกกระชากกลับมา
“อะไรกัน ทำตัวน่ารักๆหน่อยสิ”ไดกิผลักเรียวสุเกะนอนราบบน โซฟา
“อย่าครับ!”เรียวสุเกะดันอกออกห่าง
“ทำไมล่ะ^^”ครูแก้มแตกยิ้มหวาน มือขวากระตุกเสื้อเชิ้ตนักเรียนทีเดียวขาดเป็นสองส่วน กระดุมหล่นกระจายเกลื่อนพื้นห้องพักครูที่มีเพียงเรียวสุเกะและไดกิผู้เป็น อาจารย์
แขน ทั้งสองข้างของเรียวสุเกะถูกยกขึ้นสูงเหนือหัว ผิวกายอมชมพูภายใต้เสื้อกล้ามเนื้อบางปรากฏเด่นชัดราวกับผิวกายของหญิงสาว
“ผิวยังสวยเหมือนเดิมเลยนะ^^”ไดกิยิ้มราวกับเคยเห็นมาก่อน
“ปล่อยผมนะ!”เรียวสุเกะพยายามดิ้น แต่มือที่จับอยู่นั้นแน่นแข็งแรงราวกับคีมเหล็ก
หวืด~
โครม!
ร่างของไดกิกระเด็นหวือกระแทกกำแพง ห้องอีกฝั่ง เรียวสุเกะยันตัวขึ้นนั่งหอบเสื้อเชิ๊ตนักเรียนที่ขาดเป็นสองส่วนมากอดไว้ ตัวสั่นระริกด้วยอย่างตื่นตระหนก ยูโตะในสภาพโกรธจัดเดินเข้ามาในห้องพักครู ดวงตาคมจ้องไปที่ร่างที่กระแทกกำแพงลงนอนกับพื้นราวกับจะฆ่าด้วยสายตา ร่างสูงตรงเข้าไปบีบคอร่างที่บาดเจ็บลอยขึ้นเหนือศีรษะ เรียวสุเกะตาโตตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น
“ยังเหมือนเดิมเลยนะ^^”ไดกิยิ้มกว้างไม่เดือดร้อนกับสิ่งที่ยูโตะกำลังทำ ยูโตะโยนร่างไดกิลงกับพื้น หอบหายใจถี่รัว
“ไง ของสำคัญนี่^^”ไดกิยิ้มกวนๆ ลุกขึ้นยืนปัดเศษฝุ่นตามตัว
“อย่ายุ่ง!!”
“โอ๊ะๆ โกรธหรือนี่^-^นาย นี่พูดน้อยเหมือนเดิมเลย แต่ขอโทษทีนี่มันโอกาสของฉัน ทำไมจะต้องทำตามด้วยล่ะ”ไดกิยิ้มกว้างไม่ยี่หระกับ ท่าทีโมโหของยูโตะ
“น่าสงสารจังเลยนะ^^”ไดกิเดินมาทางเรียว สุเกะ
“พอดีฉันเกิดถูกใจอีกรอบแล้ว^^”ไดกิโอบ เอวเรียวสุเกะที่นั่งตื่นตะลึงเบาๆ
“อยากตายใช่ไหม”
“ฮ่าๆๆ”
แก ร่ก~
เสียง คล้ายเสียงปลดล็อคดังขึ้นพร้อมกับร่างของอาจารย์หายไปเหลือเพียงไอสีดำจางๆ เรียวสุเกะตกใจเผลอร้องเสียงดัง
ปุ่บ~
เสื้อกันหนาวสีดำหล่นแผละบนศีรษะ เรียวสุเกะ
กลิ่น จากเสื้อกันหนาวสีดำตัวนี้เรียวสุเกะรู้สึกคุ้นกลิ่นอย่างประหลาด
“ลุก”
“หา?”
“...”ยู โตะเห็นเรียวสุเกะชักช้า กระชากข้อมือเล็กลุกขึ้นยืน ยัดเสื้อกันหนาวพรวดเดียวจนเรียวสุเกะมองไม่เห็นทาง
“ดะ..เดี๋ยวสิ”เรียวสุเกะถูกลากทั้งๆที่เสื้อกันหนาวปิดหน้าปิดตามองไม่เห็นทาง
ปึง!
เรียวสุเกะถูกผลักเข้ามาในห้องน้ำ ชาย ยูโตะกระแทกประตูปิด
ใน ช่วงเวลาระหว่างคาบเรียนอยู่นั้นห้องน้ำชายจะไม่ค่อยมีคนมาใช้เท่าไหร่นัก ยิ่งคิดถึงข้อนี้เรียวสุเกะก็ยิ่งหวาดกลัว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ราวกับยืนยันว่าคนตรงหน้ามีพลังเหนือมนุษย์ ธรรมดา
เขา จะโดนแบบนั้นมั้ย?
ยิ่ง คิดก็ยิ่งกลัว เขาไม่มีโอกาสที่จะหนีได้เลย ถึงหนีไปได้ก็หนีไม่พ้น ลำพังแล้วกำลังของเขาจะไปสู้อะไรได้
ข้อมือเรียวสุเกะกระแทกกับ กระเบื้องห้องน้ำ เรียวสุเกะเจ็บแปลบความหวาดกลัวเกาะกุมไปทั่วทั้งจิตใจ
“มอง!”มือหนาบีบปลายคางมนหันมาเผชิญหน้า
“จำได้มั้ย?”
แววตาแข็งกร้าวของยูโตะสบกับดวง ตากลมใส
เผาะ~
หยาดน้ำตาไหลจากดวงตากลมร่วงหล่นลง บนหลังมือยูโตะ
“ปละ..ปล่อยฉันเถอะนะ ฉะ..ฉันกลัว”หยด น้ำตาจำนวนมากกลิ้งอาบไหลแก้มใสที่ขึ้นสีแดงเรื่อ ปลายจมูกแดงก่ำ
“...”ฉับ พลันที่ยูโตะเห็นน้ำตาของเรียวสุเกะ จากแววตาที่แข็งกร้าวเมื่อมองลึกเข้าไปในแววตานั้นแล้ว แววตาที่แข็งกร้าวนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“อึ่ก ฮึก”เรียวสุเกะเบ้หน้า ตัวสั่นจนยืนไม่ไหว ยูโตะปล่อยข้อมือเรียวสุเกะเป็นอิสระ
ร่างเล็กไถลแผ่นหลังลงนั่งยองบน พื้นกระเบื้อง
ทำไม ต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย
“ขอโทษ”ยูโตะนั่งยองข้างๆเรียวสุเกะที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ท่อนแขนแกร่งดึงร่างเล็กกอดปลอบในท่าเก้ๆกังๆ
เรียวสุเกะนั่งตัวแข็งทื่อ ยิ่งทำให้การกอดปลอบครั้งนี้ของยูโตะดูพิลึกเข้าไปใหญ่
Next part please wait..
-----------------------------------------------------
มา แล้ววววว >O<~ ตอนล่าสุด ^^~ ทุกคนคิดว่าโตะเป็นแวมไพร์กันหรอ *O*~
วี นัสยังไม่รู้เลยว่าจะให้โตะเป็นอะไรดี ฮ่าๆๆ (อ้าว) เอาเป็นว่าแต่งไปเรื่อยๆน่าจะมีความคิดดีดีผุดขึ้นมา^^~
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
มาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาริยะกันน้า